
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเผยให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยมีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากกรณีการเปิดเผยแฟ้มลับคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน
ผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,272 คน ระหว่างวันที่ 6-8 มี.ค. พบว่า 52% เชื่อว่า ทรัมป์ “มีแรงจูงใจอย่างน้อยส่วนหนึ่งในการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องอื้อฉาวของเอปสตีน ขณะที่ 40% เชื่อว่ากรณีเอปสตีนไม่ใช่แรงจูงใจ และ 8% ตอบว่าไม่แน่ใจ
เมื่อแยกตามพรรคการเมือง พบว่ากลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตถึง 81% และกลุ่มผู้ออกเสียงอิสระ 52% เชื่อว่าแฟ้มลับเอปสตีนเป็นแรงจูงใจเบื้องหลัง ส่วนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน มีเพียง 26% ที่เชื่อเช่นนั้น ขณะที่ 64% ไม่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกัน
ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำโดย Data for Progress ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก Drop Site News และ Zeteo
เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินชื่อดัง เสียชีวิตจากการทำอัตวินิบาตกรรมในเรือนจำที่นิวยอร์กเมื่อปี 2562 ระหว่างรอการพิจารณาคดีค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารมากกว่า 3 ล้านหน้า ภายใต้กฎหมายความโปร่งใสของแฟ้มข้อมูลเอปสตีน (Epstein Files Transparency Act) ซึ่งทรัมป์เป็นผู้ลงนามเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว ข้อมูลชุดนี้ประกอบด้วยวิดีโอ 2,000 ชุด และรูปภาพอีก 180,000 รูป รวมเอกสารที่ถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมดเกือบ 3.5 ล้านหน้า
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยเอกสารดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และการคาดการณ์ต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐบาลทรัมป์ ทั้งในเรื่องของกรอบเวลา การปกปิดข้อมูลบางส่วน และเนื้อหาที่ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
ขณะเดียวกัน กระแสความรู้สึกของประชาชนต่อสงครามอิหร่านอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของสภาคองเกรส และทิศทางการดำเนินงานของทำเนียบขาว ในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งสำคัญในเดือนพ.ย. ปีนี้
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เริ่มปฏิบัติการ “Epic Fury” ถล่มอิหร่าน ซึ่งการโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,300 ราย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่อิหร่าน ซึ่งรวมถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ว่า มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บแล้วประมาณ 140 นาย นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการรายงานตัวเลขความสูญเสียของฝ่ายสหรัฐฯ อย่างละเอียดต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ตามข้อมูลจากเพนตากอน มีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 นายในสงครามจนถึงขณะนี้
ขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว โดยยืนยันว่าเขาจะเป็นผู้ตัดสินใจเพียงผู้เดียวว่าความขัดแย้งนี้จะยุติลงเมื่อใด พร้อมอ้างว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเป้าหมายสำคัญ ๆ ไปเกือบหมดแล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)





