
นายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ฟู้ดโมเม้นท์ [FM] เปิดเผยว่า ทิศทางอุตสาหกรรมไก่ไทยในช่วง 3 ปีนี้ (2569-2571) เข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน และเอื้อต่อแผนการขยายธุรกิจของ FM โดยตรง ทั้งจากการเติบโตของตลาดส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัว 3.7-4.7% ต่อปี สอดรับกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่รุกเจาะกลุ่มตลาดสินค้าฮาลาลที่มีกำลังซื้อสูง ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ตลาดไก่ภายในประเทศก็มีการขยายตัว
ขณะเดียวกัน FM ยังได้รับแรงหนุนจากเมกะเทรนด์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ของโลกที่กำลังขยายตัวตามวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ส่งผลดีต่อยอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) ที่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกและให้โปรตีนสูง ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งทั้งในอังกฤษ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ด้วยความโดดเด่นด้านนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิตขั้นสูงช่วยเพิ่มความสามารถทำกำไร และปูทางให้ FM สามารถต่อยอดส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลและสื่อสารเป้าหมายระยะ 3 ปีให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งให้กับทั้งผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสถาบันผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ CAV ที่มีมูลค่าเพิ่มและให้อัตรากำไรขั้นต้นสูง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในตลาดส่งออกใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่ง และไฮไลต์สำคัญคือการเตรียมสร้าง New S-Curve ผ่านการรุกธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) เพื่อกระจายฐานรายได้ใหม่
นายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน FM กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2568 FM มีรายได้รวม 7,145 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบ YoY แต่อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 5.03% แตะระดับ 814 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจหลักที่ยอดเยี่ยม ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 691 ล้านบาท โดยยังคงรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิที่ 9.67% ซึ่งย่อตัวเพียงเล็กน้อย
เนื่องจากผลกระทบระยะสั้นจากการจ่ายภาษีในอัตราปกติระหว่างรอกระบวนการอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่ โดยปัจจุบันธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) ได้รับอนุมัติ BOI ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกลุ่ม CAV คาดว่าจะได้รับอนุมัติ BOI ใหม่ ภายในไตรมาส 2/69 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้กำไรสุทธิในอนาคตกลับมาเติบโตอย่างเต็มศักยภาพอีกครั้ง ขณะที่สัญญาณบวกสำคัญ คือ ปริมาณการขายกลุ่ม CAV พุ่งขึ้นถึง 8.88% ซึ่งยืนยันถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกและจะเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างกำไรในระยะยาว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)




