
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสคลั่งไคล้ “OpenClaw” ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วประเทศจีน กลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลจีนในการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI โดยต้องหาจุดสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
OpenClaw ผู้ช่วยดิจิทัลสารพัดประโยชน์
OpenClaw (เดิมชื่อ Clawdbot และ Moltbot) คือซอฟต์แวร์ AI agent แบบโอเพนซอร์ส จากฝีมือของ ปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ นักพัฒนาชาวออสเตรีย เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดดเด่นด้วยความสามารถในการ “ลงมือทำงาน” แทนคนได้จริง ต่างจากแชตบอตทั่วไปที่เพียงแค่ช่วยคิดและพูดคุยตอบโต้ โดย OpenClaw ทำงานได้หลากหลายตั้งแต่การจัดการอีเมล จัดตารางนัดหมาย จองร้านอาหาร เช็กอินเที่ยวบิน สร้างเอกสารหรือสไลด์ เขียนรายงาน เลือกหุ้นที่น่าลงทุน ช่วยหาคู่เดทในแอปหาคู่ และอีกมากมาย
กระแส OpenClaw มาแรงในจีน
OpenClaw กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ตของจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชาวเน็ตจีนเรียกการฝึกและการใช้งานเครื่องมือนี้ว่า การ “เลี้ยงกุ้ง” ตามโลโก้ของ OpenClaw ที่เป็นกุ้งล็อบสเตอร์ แต่เนื่องจาก OpenClaw ติดตั้งและตั้งค่าค่อนข้างยากสำหรับคนทั่วไป จึงเกิดอาชีพใหม่ที่มีคนรับจ้างติดตั้ง สอนใช้งาน หรือลบโปรแกรม โดยมีทั้งการให้คำแนะนำจากระยะไกลผ่านทางออนไลน์ และการให้บริการหน้างานจริง โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์ รวมถึงนักวิเคราะห์ด้านการเงินและข้อมูล ขณะเดียวกับก็ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระแสความนิยมดังกล่าวได้รับการผลักดันจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานใหญ่ของ Tencent ในนครเซินเจิ้นได้เปิดให้บริการติดตั้ง OpenClaw ฟรี จนมีประชาชนมาต่อแถวเข้ารับบริการเกือบพันคน นอกจากนี้ Tencent ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดคล้ายกับ OpenClaw ในชื่อ “WorkBuddy”
ขณะที่ ByteDance เปิดตัว “ArkClaw” ซึ่งเป็นเวอร์ชันหนึ่งของ OpenClaw ที่ทำงานบนระบบคลาวด์และใช้งานได้ทันทีโดยผู้ใช้ต้องติดตั้งเอง ด้านผู้ผลิตสมาร์ตโฟน Xiaomi ได้เริ่มทดสอบบริการ “miclaw” ของตนเองในวงจำกัด
แรงหนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น ดัน OpenClaw เติบโต
นอกเหนือจากแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนแล้ว OpenClaw ยังได้รับแรงผลักดันจากภาครัฐด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เขตหลงกังในนครเซินเจิ้น และเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงนครเหอเฟย ได้เสนอเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 10 ล้านหยวน พร้อมการอุดหนุนรูปแบบอื่น ๆ เพื่อสนับสนุน “บริษัทคนเดียว” (one-person company) ที่พัฒนาธุรกิจโดยใช้ OpenClaw ขณะเดียวกัน เขตหนึ่งของเมืองซูโจวก็มีมาตรการสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน พร้อมจัดหาพื้นที่สำนักงาน ที่พัก และอาหารฟรีเป็นเวลา 30 วันสำหรับผู้ประกอบการด้วย
“บริษัทคนเดียว” ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดำเนินการโดยคนเพียงคนเดียว หรือเพียง 2-3 คน โดยใช้ AI เข้ามาช่วยสร้างธุรกิจ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน ขณะที่ภาครัฐเพิ่งให้คำมั่นในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติประจำปีว่า รัฐบาลจะจัดสรรเงินทุนและมาตรการสนับสนุนด้านนโยบายจำนวนมากแก่ภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรมในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ด้านบรรดาธนาคารของจีนเตรียมเพิ่มการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อแผนการของรัฐบาลจีนที่ต้องการผลักดันการใช้ AI ในระบบเศรษฐกิจอย่างจริงจัง และมุ่งครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
OpenClaw กับคำถามด้านความปลอดภัย
แม้ว่า OpenClaw จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีมีศักยภาพสูง แต่ก็มีความเสี่ยงมากเป็นเงาตามตัว เพราะซอฟต์แวร์ตัวนี้ต้องเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก เช่น อีเมล ไฟล์ในเครื่อง ปฏิทิน และข้อมูลส่วนตัว ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้ จึงมีโอกาสที่จะเกิดการรั่วไหลของข้อมูล และการถูกโจมตีจากภายนอก
เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ทางการจีนได้เริ่มออกมาตรการจำกัดการใช้งาน OpenClaw ในหลายระดับ โดยหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และธนาคารหลายแห่ง ได้รับหนังสือแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงการติดตั้ง OpenClaw บนคอมพิวเตอร์สำนักงาน บางแห่งสั่งให้พนักงานรายงานผู้บังคับบัญชาทันทีหากมีการติดตั้งไปแล้ว เพื่อตรวจสอบและพิจารณาถอนการติดตั้ง ส่วนบางแห่งห้ามติดตั้ง OpenClaw ทั้งบนคอมพิวเตอร์สำนักงานและโทรศัพท์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการดังกล่าวยังขยายขอบเขตไปถึงครอบครัวของกำลังพลในกองทัพด้วย
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เจียงซู และมหาวิทยาลัยครุศาสตร์อันฮุย ได้ออกประกาศด่วนเตือนนักศึกษาและบุคลากรห้ามติดตั้ง OpenClaw บนอุปกรณ์หรือเครือข่ายของมหาวิทยาลัย ด้านสถาบันการศึกษาบางแห่งมีคำสั่งให้ลบโปรแกรมออกทันที ขณะที่บางแห่งขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการใช้งาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย
คำเตือนจากภาครัฐส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากที่เคยติดตั้ง OpenClaw กลับหันมาลบโปรแกรมทิ้ง โดยบนแพลตฟอร์ม Xianyu แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้ามือสองในเครือ Alibaba พบว่าคำค้นหา “ถอนการติดตั้ง OpenClaw” กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.)
ปรากฏการณ์ OpenClaw ในจีนสะท้อนให้เห็นถึงดาบสองคมของนวัตกรรม AI ที่แม้จะสร้างโอกาสมหาศาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายด้านความปลอดภัยของข้อมูล กลายเป็นโจทย์ใหญ่ให้รัฐบาลจีน รวมถึงทั่วโลก ต้องหาคำตอบว่า จะสนับสนุนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างไร โดยไม่ให้ความเสี่ยงด้านข้อมูลและความมั่นคงหลุดจากการควบคุม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)




