หุ้นยุโรปปิดลบ วิตกสงครามตอ.กลาง-กังวลเงินเฟ้อฉุดตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันศุกร์ (13 มี.ค.) และปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อได้กดดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 595.85 จุด ลดลง 3.01 จุด หรือ -0.50%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,911.53 จุด ลดลง 72.91 จุด หรือ -0.91%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,447.29 จุด ลดลง 142.36 จุด หรือ -0.60% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,261.15 จุด ลดลง 44.00 จุด หรือ -0.43%

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 1.8% นำโดยหุ้น Siemens Energy ร่วง 5.7% และหุ้น Rolls-Royce ร่วง 5.3%

ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยร่วงลง 3.3% หลังราคาโลหะเงินดิ่งลงกว่า 3% ราคาทองแดงลดลงกว่า 1% และราคาทองคำก็ปรับตัวลงเช่นกัน

ตลาดการเงินทั่วโลกปรับตัวลงต่อในสัปดาห์นี้ ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านกำลังเข้าใกล้สัปดาห์ที่ 2

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วงสัปดาห์หน้า ส่งผลให้ตลาดเตรียมรับมือกับความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ และทำให้นักลงทุนต้องประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยใหม่ หลังความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงานกลับมาอีกครั้ง

นักวิเคราะห์ระบุว่า ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างมีแรงจูงใจที่จะยุติสงคราม โดยอิหร่านต้องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มสูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ และยังมองว่ามีโอกาสเกือบ 75% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในขนาดเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากช่วงต้นปีที่ตลาดคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นราว 1% ในวันศุกร์ หลังเห็นได้ชัดว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวโดดเด่นที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยพุ่งขึ้นเกือบ 5%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจยังคงปรับตัวลงต่อ โดยลดลง 1.2% ขณะที่ Standard Chartered และ HSBC ซึ่งเป็นสองธนาคารระดับโลกที่มีความเสี่ยงต่อสงครามกับอิหร่านมากที่สุดนั้น ต่างปรับตัวลงต่อเนื่องในเดือนนี้รวมกว่า 15% ต่อหุ้น

ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า เงินเฟ้อของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.พ. ขณะที่เศรษฐกิจของอังกฤษขยายตัว 0.2% ในช่วงสามเดือนถึงเดือนม.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว หุ้น BE Semiconductor Industries พุ่งขึ้น 5.6% หลังมีรายงานว่า บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมชิปได้รับความสนใจในการเข้าซื้อกิจการ

ขณะที่ Berkeley Group ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกดดันบรรยากาศการลงทุน แม้ว่าบริษัทจะยืนยันแนวโน้มกำไรทั้งปี ส่งผลให้หุ้นของบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายนี้ลดลง 1.5%

ด้านหุ้น Zalando พุ่งขึ้นราว 7% หลัง Bernstein ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้นของผู้ค้าปลีกแฟชั่นออนไลน์รายนี้เป็น market perform จาก underperform

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 69)