ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ กังวลสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง-กระทบศก.โลก

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,138.42 จุด ร่วงลง 681.19 จุด หรือ -1.27%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,066.40 จุด ลดลง 29.05 จุด หรือ -0.71% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับที่ 25,755.53 จุด เพิ่มขึ้น 289.93 จุด หรือ +1.14%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 0.9% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.44%

ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญและถูกมองว่าเป็นแหล่งรายได้หลักด้านน้ำมันของอิหร่าน

ปธน.ทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ว่า กองกำลังทหารของสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีอย่างหนักบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นสถานีส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน แต่เจตนาละเว้นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะแห่งนี้

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์เตือนว่า การแทรกแซงใด ๆ ต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะกระทำโดยอิหร่านหรือฝ่ายใดก็ตาม จะทำให้เขา “กลับมาพิจารณาเรื่องการโจมตีเกาะคาร์กในทันที” ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทรัมป์จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบนเกาะคาร์กในอนาคต

โกลด์แมน แซคส์เตือนว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกลดลงราว 0.3% ในปีหน้า และผลักดันเงินเฟ้อพื้นฐานให้สูงขึ้นประมาณ 0.5% – 0.6%

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)