คดีที่ดินเขากระโดงอีกยาว!! DSI ยันยังไม่จบ ชี้อยู่ในอำนาจพิจารณาป.ป.ช.-ศาล

ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้น และไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอชี้แจงว่า ได้มีประชาชน 2 ราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อกรมสอบสวนพิเศษ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตสร้างทางรถไฟหลวง ต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2464 ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ อันเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมคำพิพากษา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง และมีการประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) พบว่า เรื่องนี้มีการฟ้องคดีในศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันกว่า 18 คดี

โดยในส่วนคดีแพ่ง ได้มีคำพิพากษาฎีกาและคดีถึงที่สุดหลายคดี ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และได้มีคำพิพากษาศาลปกครอง ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ โดยกรมที่ดิน ได้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว และมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบริเวณดังกล่าว 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องคดีที่ศาลปกครองเป็นอีกคดีหนึ่ง

สำหรับประเด็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ได้มีการกล่าวหาคณะกรรมการตามมาตรา 61 ทั้งต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ปปป.ตร. โดยสำนวนในส่วน ปปป.ตร.นั้น ได้มีการส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แล้ว สอดคล้องกับข้อมูลที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อสาธารณะก่อนหน้านี้ ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่วยดำเนินการในเรื่องใด ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษยินดี และพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ อีกทั้งเรื่องนี้ ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดี และรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่ และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน

ดังนั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมดตามที่สาธารณชนเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอเน้นย้ำ และชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มุ่งมั่นในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ และหลักนิติธรรมทุกประการ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)