
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (17 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้กลับมาโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อีกครั้ง ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น หากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยังคงยืดเยื้อ โดยขณะนี้สงครามได้ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.71 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 96.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 103.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
อิหร่านได้กลับมาโจมตี UAE อีกครั้งในวันอังคาร ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่ 3 ในรอบ 4 วัน ส่งผลให้การขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ต้องหยุดชะงักลงบางส่วน หลังจากเหตุโจมตีครั้งล่าสุดนี้ได้ทำให้เกิดไฟไหม้ที่ท่าเรือฟูไจราห์ โดยท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ในอ่าวโอมาน ไม่ไกลจากช่องแคบฮอร์มุซ และเป็นจุดส่งออกน้ำมันในปริมาณ 1% ของความต้องการใช้ทั่วโลก
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้บีบให้ UAE ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต้องปรับลดกำลังการผลิตลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง
ในขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มบรรเทาลง และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงักนั้น ชาติพันธมิตรหลายรายของสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ประเทศเหล่านี้ส่งเรือรบไปคุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับปธน.ทรัมป์ ด้านรัฐมนตรีกลาโหมของเยอรมนีประกาศกร้าวว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของเรา และเราไม่ได้เป็นคนเริ่มมัน”
อย่างไรก็ดี เควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันเริ่มทยอยแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้บ้างแล้ว และรัฐบาลทรัมป์ประเมินว่าสงครามอิหร่านอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่เป็นเดือน
แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะยังไม่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับเกือบ 120 ดอลลาร์/บาร์เรลเหมือนในช่วงต้นเดือน แต่การที่อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันใน UAE และการหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก ได้ทำให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนจับตาภาวะอุปทานชะงักงันที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
นักวิเคราะห์จากบริษัท OANDA คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอีกในช่วงสิ้นเดือนมี.ค. โดยการวิเคราะห์ทางเทคนิคแสดงให้เห็นว่าแนวต้านระยะกลางของราคาน้ำมัน WTI อยู่ที่ระดับ 124 ดอลลาร์/บาร์เรล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)





