
นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและการนำเข้าวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องนั้น ได้ทำให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม ได้แจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งน้ำมันปาล์มทุกขนาด และทุกประเภทบรรจุ ทั้งแบบบรรจุขวด และแบบบรรจุถุง
ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตให้เหตุผลว่าขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก หลังจากกระทรวงพลังงาน มีมาตรการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ซึ่งทำให้มีการแย่งซื้อสต็อกน้ำมันปาล์มระหว่างผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง กับผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวด
สำหรับราคาที่ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขอปรับขึ้น เป็นดังนี้
– น้ำมันปาล์มบรรจุขวด ขนาด 1 ลิตร แจ้งปรับขึ้น 7-8 บาท/ขวด โดยปรับจากราคาปัจจุบันที่ขวดละ 41 บาท เป็น 48-49 บาท ซึ่งหากเป็นราคาขายปลีกตามร้านค้าจะต้องบวกเพิ่มอีก 2 บาท ทำให้ล่าสุดราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวด เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ขวดละ 50-51 บาท
“น้ำมันปาล์ม มีการจัดโปรโมชั่นเยอะมากในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. เพราะเป็นฤดูที่ผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาดมาก แต่หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายส่งเสริมไบโอดีเซล จาก B5 เป็น B7 จึงทำให้มีการแจ้งยกเลิกโปรโมชั่นทั้งหมด พร้อมกับแจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งอีกขวดละ 7-8 บาท ทำให้ราคาขายปลีกขณะนี้ พุ่งเกินขวดละ 50 บาทไปแล้ว” นายสมชาย ระบุ
- น้ำดื่มบรรจุขวด-ขนมขบเคี้ยว ต่อคิวปรับขึ้นราคา
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด ได้แจ้งปรับขึ้นราคาขาย โดยน้ำดื่มบรรจุขวดแบรนด์ท้องถิ่น ขนาดยอดนิยม 500 ML. แจ้งปรับขึ้นราคาขายส่ง แพคละ 5 บาท คือปรับจาก 20 บาท เป็น 25 บาท โดยอ้างว่าต้นทุนเม็ดพลาสติกที่นำมาทำบรรจุภัณฑ์ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้ายังเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกรายการที่ได้รับผลกระทบ คือ ขนมขบเคี้ยวบรรจุถุง โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวที่ราคาถุงละ 5 บาทนั้น ผู้ผลิตได้แจ้งขอยกเลิกการผลิตและจำหน่ายมายังร้านค้าแล้ว เนื่องจากว่าผลิตแล้วไม่คุ้มต้นทุน เพราะเม็ดพลาสติกที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์ได้ปรับราคาสูงขึ้นมาก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มี.ค. 69)





