หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าผันผวน รับ sentiment ลบตปท.กังวลตอ.กลางเดือด แต่น้ำมันหนุนกลุ่มพลังงาน-การเมืองในปท.ช่วยพยุง

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวน ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียด โดยสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค เป็น Sentiment ลบกับตลาด อย่างไรก็ตามมองยังมี 3 ปัจจัยบวกในประเทศ ทั้งหุ้นพลังงาน-การจัดตั้งรัฐบาล-ปันผลสูง ช่วยพยุงตลาด โดยให้กรอบแนวรับ 1,420 จุด แนวรับถัดไป 1,410 จุด และแนวต้าน 1,440 – 1,445 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะมีความผันผวน ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งอิหร่านขู่กลับโดยจะปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร รวมทั้งจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค เป็นสถานการณ์เชิงลบซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นภูมิภาคเช้านี้ที่เปิดตลาดมาอาทิ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวลงแล้วกว่า 3% เป็น Sentiment ลบต่อตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตามดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามปัจจัยลบแต่อาจไม่รุนแรงเท่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค เนื่องจากยังมีปัจจัยบวกในประเทศช่วยพยุงตลาดอยู่ ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเครมีซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างสูง และหุ้นกลุ่มนี้ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลในตะวันออกกลาง อีกทั้งตลาดได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งตามสถิติแล้วมักเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อตลาดหุ้น นอกจากนี้อัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาหุ้นไว้ส่งผลให้หุ้นไทยเคลื่อนไหวแข็งแกร่งว่าหุ้นโลก

สัปดาห์นี้แนะติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไทย รวมทั้งดัชนี PMI ของหลายประเทศ

โดยให้กรอบแนวรับ 1,420 จุด แนวรับถัดไป 1,410 จุด และแนวต้าน 1,440 – 1,445 จุด

 

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (20 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,577.47 จุด ลดลง 443.96 จุด หรือ -0.96%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,506.48 จุด ลดลง 100.01 จุด หรือ -1.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,647.61 จุด ลดลง 443.08 จุด หรือ -2.01%

– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดร่วง ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 52,468.72 จุด ลดลง 903.81 จุด หรือ -1.70%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,789.14 จุด ลดลง 488.18 จุด หรือ -1.93% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,904.95 จุด ลดลง 52.10 จุด หรือ -1.31%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (20 มี.ค.) 1,432.99 จุด เพิ่มขึ้น 15.54 จุด (+1.10%) มูลค่าซื้อขาย 68,604.34 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (20 มี.ค.) 889.96 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (20 มี.ค.) พุ่งขึ้น 2.18 ดอลลาร์ หรือ 2.27% ปิดที่ 98.32 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (20 มี.ค.) อยู่ที่ -3.01 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.01 อ่อนค่ารอบ 9 เดือน รับดอลลาร์แข็งค่ากังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดบ.-ราคาทองร่วงแรง

– คำสั่งนายกฯ มีผลแล้วให้ผู้ค้านำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชน เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน ขณะที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานชี้ขณะนี้มีการใช้น้ำมันดีเซลสูงกว่าปกติเกินกำลังการผลิต แต่ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 103 วัน พร้อมร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศจัดทำแอปพลิเคชัน Fuel Now ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะปั๊มน้ำมัน วางแผนก่อนออกมาเติมหวังลดการกระจุกตัว

– ศึกตะวันออกกลาง ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เขย่า “ซัพพลายเชนช็อก” ส.อ.ท.เร่งภาครัฐ หาวัตถุดิบปิโตรเคมีสำรอง สศอ.เผยวัตถุดิบปิโตรเคมี 3 กลุ่ม กระทบหนัก ผู้ผลิตหวั่นสินค้าขาดตลาด เผยล็อกต้นทุนเดิมถึง เม.ย.นี้ ซัพพลายเออร์ทยอยขึ้นราคา ด้านอุตสาหกรรมยา เวชภัณฑ์ ถุงมือยาง ส่งสัญญาณวัตถุดิบขาด ต้นทุนปรับสูงกว่า 20%

– “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจผลกระทบน้ำมันขาดแคลน กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง หยุดเดินทางช่วงสงกรานต์ ร้อยละ 14.80 ยกเลิกแผนเดินทางทั้งหมด”นิด้าโพล” เผยผลการสำรวจเรื่อง “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 17-18 มี.ค. 69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำมันในประเทศ

– กกพ. วางแนวทางพยุงค่าไฟฟ้าหวังให้กระทบประชาชนน้อยสุด หลังสงครามตะวันออกกลางพุ่งดันราคาก๊าซ LNG พุ่ง 25 เหรียญต่อล้านบีทียู จ่อพยุงค่าไฟฟ้างวดใหม่ โดยนำเงิน Claw Back 9,400 ล้านบาทอุ้มค่า Ft และให้ กฟผ.แบกรับภาระเพิ่ม สนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop และเร่งการผลิตก๊าซฯ

– “กรมการค้าภายใน” ถก 9 ผู้ประกอบการสิ่งอุปโภค-บริโภค ลั่นสต๊อกสินค้าเพียงพอ ยันตรึงราคาไปถึง เม.ย. พร้อมลุยปรับมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น 6 รายการ ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง

 

หุ้นเด่นวันนี้

– PTTEP (ฟินันเซีย ไซรัส) แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus 149.33 บาท

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังไม่มีท่าทีผ่อนคลายลงในระยะสั้น โดยยังขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ยังเป็นประเด็นความเสี่ยงหนุนราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด Brent กลับมายืนเหนือ US$110 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ราคาพลังงานที่มีแนวโน้ม Higher-for-Longer จะทำให้แนวโน้มกำไรในช่วง 1H69-69 มี Upside โดยเบื้องต้นราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุกๆ US$1 ต่อบาร์เรล จะหนุนกำไรของ PTTEP เพิ่มขึ้นราว 1.5%+-

– ADVANC (อินโนเวสท์ เอกซ์) ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานที่สูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 386 บาท

– BBGI (เคจีไอ) ประเมินรับ Sentiment บวกจากความต้องการพลังงานทดแทน (ไบโอดีเซล + เอทานอล) ท่ามกลางสถานการณ์อุปทานน้ำมัน โดยภาครัฐมีการปรับสูตรผสมไบโอดีเซลขึ้นเป็น บี7 และมีแผนส่งเสริมการใช้ บี10 – บี20 เพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน รวมถึงการกำหนดราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ต่ำกว่า E10 เพื่อจูงใจให้หันมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนปริมาณการใช้ไบโอดีเซลและเอทานอล ด้าน Valuation ยังมี Upside โดยมี Forward PE อยู่ที่ประมาณ 12 เท่า (ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -1 SD ที่ 13 เท่า) ขณะที่คาดการณ์กำไรปี 2569 จะเติบโตสูงถึง +86% YoY

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มี.ค. 69)