
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบหลังจากวานนี้พุ่งขึ้นมาแรง โดยตลาดอยู่ระหว่างรอติดตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านหลังมีข่าวจากฝั่งสหรัฐและอิหร่านไม่ตรงกัน ทำให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน
ขณะที่มีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นกลับมาเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง และในประเทศ ราคาน้ำมันขายปลีกปรับขึ้นมาพรวดเดียว 6 บาท/ลิตร อาจทำให้เกิดความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
โดยให้แนวต้าน 1,465 จุด แนวรับ 1,430 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (25 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,429.49 จุด เพิ่มขึ้น 305.43 จุด หรือ +0.66%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,591.90 จุด เพิ่มขึ้น 35.53 จุด หรือ +0.54% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,929.83 จุด เพิ่มขึ้น 167.93 จุด หรือ +0.77%
– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,855.13 จุด เพิ่มขึ้น 105.51 จุด หรือ +0.20%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,267.16 จุด ลดลง 68.79 จุด หรือ -0.27% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,924.96 จุด ลดลง 6.88 จุด หรือ -0.17%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (25 มี.ค.) 1,457.91 จุด เพิ่มขึ้น 47.52 จุด (+3.37%) มูลค่าซื้อขาย 73,737.09 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (25 มี.ค.) 4,815.70 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. (25 มี.ค.) ลดลง 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 90.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (25 มี.ค.) อยู่ที่ -3.98 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 32.82 แนวโน้มอ่อนค่า มีลุ้นแตะ 33.00 จับตาทิศทาง Flow-ราคาทอง
– “อนุทิน” ยอมรับปล่อยมือตรึงดีเซล ปชช.อ่วม ยันใช้ทุกช่องทางช่วยเหลือ นายกฯ เจิมมาตรการประหยัดพลังงาน นั่งรถไฟฟ้ามาทำงาน ปลดรถนำขบวนและติดตาม “เอกนิติ” จ่อคลอดมาตรการอุ้ม 5 กลุ่มผ่อนปรนวิกฤต อัดฉีดเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผุดคูปองดิจิทัลเติมน้ำมันราคาพิเศษช่วยกลุ่มขนส่งสาธารณะ ขณะที่อุตสาหกรรมงัดซอฟต์โลนต่อลมหายใจ
– กกพ.เตรียมชง 3 ทางขึ้นค่าไฟฟ้า 3.95-4.59 บาท รับต้นทุนพุ่ง 29.49% มองกรณีฐาน Ft ปกติที่ 29.66 สตางค์ ค่าไฟฟ้าจะ 4.08 บาท แต่หากใช้เงิน 9 พันล้านบาทหนุน จะกดค่าไฟลดเหลือ 3.95 บาท ส่วนกรณีรัฐจะคงค่าไฟที่ 3.88 บาท อาจต้องชดเชยอีก 4.6 พันล้านบาท
– “พิพัฒน์” ย้ำช่วงสงกรานต์ 69 อัดฉีดน้ำมันไม่ให้ขาดแคลน รถโดยสารสาธารณะไม่กระทบ พร้อมออกดีเซล B20 ลดราคาลง 5 บาทต่อลิตร ตรึงค่าโดยสารทุกโหมด คาดประชาชนหันใช้รถสาธารณะเพิ่ม บขส.-รถไฟคาดเพิ่ม 10% “มอเตอร์เวย์ – ทางด่วน” คาดมีรถใช้กว่า 26 ล้านคัน ด้าน “พาณิชย์” จ่อเพิ่มสินค้า ควบคุมเป็น 71 รายการ ต้องขออนุญาต ก่อนขึ้นราคา 13 รายการ ชี้ ก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ราคายังปกติ แต่ของสด หมู-ไก่ ทยอยขึ้นราคาแล้วเนื่องจากต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่งพุ่ง
– สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทยเผยล่าสุดราคาเม็ดพลาสติกประเภทโพลีเอทิลีน (PE) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 30-36 บาทต่อกิโลกรัม ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 52-60 บาทต่อกิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ถือเป็นการปรับขึ้นในอัตราที่ “ผิดปกติ” เมื่อเทียบกับในอดีตซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าราคาจะเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน
– “วิทยุการบิน” คาดเทศกาลสงกรานต์ 10 วัน มีเที่ยวบินให้บริการรวมกว่า 25,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.8% บอร์ดเคาะลดค่าบริการการเดินอากาศ 30% สำหรับ 191 เที่ยวบินพิเศษที่ให้ส่วนลดค่าโดยสาร หนุนมาตรการลดภาระแอร์ไลน์
– MEGA (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39 บาท รายได้กระจุกตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 84% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากพื้นที่ใกล้ความขัดแย้งเพียง 12% แรงกดดันต้านต้นทุนจำกัดจากสัดส่วนค่าขนส่งที่ต่ำและมีสต็อกรองรับได้ราว 6 เดือน พื้นฐานแกร่ง หนุนโดยสินค้ายาจำเป็นและแบรนด์ Mega We Care แข็งแกร่ง เขื่อไม่ได้รับผลกระทบทางลบจากสงคราม หรือหากพิจารณาผลประกอบการปี 65 ที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตรากำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้นเป็น 44.9% จาก 41.8% ในปี 64 และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 14.6% จาก 13.4% ในปี 64
– SC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 2.61 บาท มุมมองเชิงบวกจากคาดกำไรโต 20% จากแผนธุรกิจปี 69 ค่อนข้างโดดเด่นสุดในกลุ่ม ตั้งเป้ายอด Presale ที่ 27,000 ล้านบาท เติบโต 33% จากโครงการใหม่ราว 28,500 ล้านบาท ปีนี้คาดรายได้โตแข็งแกร่งจากรับรู้ Backlog เตรียมโอน 2 โครงการในช่วง H1/69 คือ COBE Rama9 และ COBE Kasset-Sripathum รวมราว 5 พันล้านบาทจาก backlog ราว 7 พันล้านบาทในปี 69 ขณะที่ valuation ที่ไม่แพง PE ราว 4.5 เท่า และมี dividend yield ที่ 9%
– TRUE (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16 บาท เป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดี รายได้โตตามการใช้งานข้อมูลสูงขึ้น เบื้องต้นคาดจ่ายปันผลเสถียรมากขึ้น Dividend Yield ในโซน 3% กำไรไตรมาส 1/69 คาด +YoY เช่นเดียวกับกำไรปี 69 +16% คาดไม่มีรายการพิเศษลบ และมีปัจจัยหนุนในเชิงต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลง ทั้งการแข่งขันผ่อนคลายขึ้น ต้นทุนโครงข่ายลดลง และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่าน AI นอกจากนี้ ภาพระยาวยังคาดหวังต่อ Synergy ร่วมกับธุรกิจของพันธมิตร เช่น Virtual Bank
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





