น้ำมัน WTI ปรับตัวลงเช้านี้ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณยุติสงครามอิหร่าน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลงในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ หลังจากพุ่งขึ้นกว่า 3% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ และปิดที่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 โดยราคาน้ำมันพลิกกลับสู่แดนลบหลังจากมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยกับทีมงานว่า เขาพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดอยู่ก็ตาม เนื่องจากเขามองว่าการใช้กำลังบีบบังคับให้รัฐบาลอิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้อีกครั้ง อาจส่งผลให้ความขัดแย้งยืดเยื้อไปจากกรอบเวลาที่เขาวางไว้

ณ เวลาประมาณ 10.10 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.08 ดอลลาร์ หรือ -1.05% อยู่ที่ 101.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้น 3.25% ปิดที่ 102.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนพ.ค. ปรับตัวลดลง 1.39 ดอลลาร์ หรือ -1.29% มาอยู่ที่ 106.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเพิ่มขึ้นปิดที่ 112.78 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลทรัมป์ว่า ทรัมป์และทีมงานประเมินว่า การบีบให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อาจทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อเกินกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ที่เขาวางไว้ โดยทรัมป์ตัดสินใจว่าสหรัฐฯ จะเริ่มลดระดับการสู้รบกับอิหร่าน หลังจากบรรลุเป้าหมายหลักในการทำลายขีดความสามารถของกองทัพเรือและคลังขีปนาวุธของอิหร่าน

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้สหรัฐฯ จะหันไปใช้มาตรการกดดันทางทางทูตเพื่อให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ จะผลักดันให้พันธมิตรในยุโรปและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเข้ามามีบทบาทนำในการเปิดเส้นทางดังกล่าวแทน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ออกมาข่มขู่อิหร่านหลายครั้งให้เปิดเส้นทาง โดยกำหนดเส้นตายในวันที่ 6 เมษายนนี้ว่า หากอิหร่านยังเพิกเฉย จะต้องเผชิญกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบน้ำประปาจากกองทัพสหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)