โครงการก่อสร้างโถงจัดเลี้ยงแห่งใหม่ในทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการผังเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (2 เม.ย.) แม้ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน ศาลรัฐบาลกลางเพิ่งจะมีคำสั่งระงับการก่อสร้าง โดยชี้ว่าโครงการนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน
คณะกรรมการผังเมืองหลวงแห่งชาติ ซึ่งมีประธานเป็นอดีตทนายความของทรัมป์ ได้ร่วมกันพิจารณาและลงมติอนุมัติ “โครงการปรับปรุงปีกตะวันออก” (East Wing Modernization Project) ในที่สุด
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า โถงจัดเลี้ยงขนาด 8,400 ตารางเมตร มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐแห่งนี้ จะใช้เงินทุนจากภาคเอกชนทั้งหมด โดยจะเป็นส่วนขยายชิ้นสำคัญของทำเนียบขาว และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่ยั่งยืนในยุคที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ผลักดันให้โครงการสำคัญนี้เริ่มต้นขึ้นได้เสียที แถมยังคืบหน้าตามกำหนดเวลาและใช้ทุนสร้างน้อยกว่างบที่ตั้งไว้” ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ทรูธโซเชียล
ด้านวิลล์ ชาร์ฟ ประธานคณะกรรมการฯ และอดีตทนายความส่วนตัวของทรัมป์ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป โถงจัดเลี้ยงแห่งนี้จะได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ ไม่ต่างจากส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ ของทำเนียบขาว” และเสริมว่า เสียงวิจารณ์เชิงลบมากมายที่คณะกรรมการฯ ได้รับ ล้วนเป็นประเด็นที่อยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการใช้เงินทุนเอกชน ขั้นตอนการรื้อถอนอาคารเดิม หรือแม้แต่อคติส่วนตัวที่มีต่อปธน.ทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ฟิล เมนเดลสัน หนึ่งในคณะกรรมการฯ วิจารณ์ว่ากระบวนการพิจารณาครั้งนี้ดูรวบรัดเกินไป
“ผมไม่ได้คัดค้านการสร้างบอลรูม นั่นไม่ใช่ประเด็น” เมนเดลสันกล่าว “ปัญหาคือมันใหญ่เกินไป ถ้าเราปรับแบบให้มีประโยชน์ใช้สอยเท่าเดิม แต่ลดความสูงลงมาไม่ให้ไปแข่งกับอาคารหลัก และลดขนาดพื้นที่ก่อสร้างลง ผมคิดว่าผลลัพธ์น่าจะออกมาดีกว่านี้”
ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติ กลุ่มผู้ประท้วงนับสิบคนได้ไปรวมตัวกันที่หน้าอาคารของคณะกรรมการฯ พร้อมชูป้ายข้อความเช่น “อย่ายุ่งกับบ้านของประชาชน” นอกจากนี้ยังนำกองกล่องเอกสารที่อ้างว่าบรรจุความคิดเห็นของประชาชนกว่า 35,000 รายชื่อมาแสดง โดยระบุว่า 97% คัดค้านโครงการนี้
ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการก่อสร้างโถงจัดเลี้ยงแห่งใหม่ในทำเนียบขาวของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ว่าโครงการมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐดังกล่าวต้องรอไฟเขียวจากสภาคองเกรส ขณะที่ฝ่ายทรัมป์ยื่นอุทธรณ์และซัดกลุ่มผู้ฟ้องร้องว่าเป็น “พวกบ้าฝ่ายซ้ายจัด”
ผู้พิพากษาชี้ว่า แม้ปธน.ทรัมป์จะอ้างว่าตนมีอำนาจตามกฎหมายในการสร้างโถงจัดเลี้ยงบริเวณปีกตะวันออก (East Wing) โดยใช้เงินทุนจากภาคเอกชน แต่ศาลเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของฝ่ายโจทก์คือ ทรัสต์แห่งชาติเพื่อการสงวนรักษาที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ (National Trust for Historic Preservation) ที่ระบุว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจดังกล่าว
ชนวนเหตุของคดีนี้เริ่มจากช่วงปลายเดือนก.ค. ปีที่แล้ว เมื่อทำเนียบขาวเปิดตัวโครงการปรับปรุงโถงจัดเลี้ยง โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จก่อนทรัมป์หมดวาระในปี 2572 ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าโถงจัดเลี้ยงโฉมใหม่จะมีพื้นที่กว่า 8,300 ตารางเมตร รองรับแขกได้ราว 1,000 คน โดยใช้งบประมาณเบื้องต้น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รายงานล่าสุดพบว่าต้นทุนบานปลายทะลุ 400 ล้านดอลลาร์ แม้รัฐบาลจะอ้างว่าใช้เงินจากการบริจาคส่วนตัวก็ตาม
ต่อมาในเดือนต.ค. รัฐบาลทรัมป์ได้สั่งรื้อถอนอาคารปีกตะวันออกของทำเนียบขาวเพื่อเคลียร์พื้นที่ ทำให้ทรัสต์แห่งชาติฯ ตัดสินใจยื่นฟ้องศาลในเดือนธ.ค. โดยแย้งว่าการรื้อถอนดังกล่าวไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนและถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ประเด็นดังกล่าวยังสอดคล้องกับเสียงวิจารณ์จากสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคเดโมแครตที่ออกมาโจมตีความไม่โปร่งใสของโครงการ เนื่องจากสภาคองเกรสไม่เคยได้รับแจ้งหรือได้รับการร้องขอให้อนุมัติการทุบทำลายอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้ล่วงหน้าแต่อย่างใด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 69)





