ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ-อิสราเอล เตรียมยกระดับควบคุมฮอร์มุซ

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเปิดเผยในวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ว่า ชาวอิหร่านได้รับ “ชัยชนะอย่างเด็ดขาด” ในการสู้รบกับสหรัฐฯ และอิสราเอล และระบุเสริมว่า อิหร่านจะยกระดับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซสู่ระยะใหม่

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คาเมเนอีเปิดเผยถ้อยแถลงดังกล่าวผ่านสื่ออิหร่านในโอกาสครบรอบ 40 วันของการเสียชีวิตของอาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมจากการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงที่ความขัดแย้งปะทุขึ้น

“เราไม่ได้แสวงหาหรือกระหายสงคราม แต่เราจะไม่ละทิ้งสิทธิอันชอบธรรมของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงถือว่าแนวหน้าแห่งการต่อต้านทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกัน” โมจตาบากล่าว

โมจตาบาได้เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของอิหร่าน “ยืนเคียงข้างฝ่ายที่ถูกต้อง” และเสริมว่า “เรากำลังรอคอยการตอบสนองที่เหมาะสมจากพวกท่าน ที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นพี่น้องและความปรารถนาดีของเรา”

โมจตาบาได้ประณามการลอบสังหารอดีตผู้นำว่าเป็น “อาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด” โดยอริศัตรูของอิหร่าน และเป็น “ความโศกเศร้าของประชาชนทั้งประเทศครั้งใหญ่ที่สุด” ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน พร้อมย้ำว่า ประชาชนชาวอิหร่านจะเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับทุกความเสียหายภายในประเทศที่เกิดจากการโจมตีของ “ผู้รุกราน”

นอกจากนี้ เขายังย้ำว่าชาวอิหร่านต้องออกมารวมตัวบนท้องถนนต่อไปแม้กำลังจะมีการเจรจากับสหรัฐฯ เนื่องจาก “เสียงกึกก้อง” ของประชาชนจะมีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์ที่จะตามมา

ทั้งนี้ อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองทั่วอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดในขณะนั้นเสียชีวิต พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือน ด้านอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) และมีกำหนดเริ่มการเจรจาสันติภาพในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)