
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (27 เม.ย.-1 พ.ค.) ที่ระดับ 31.70-32.70 บาท/ดอลลาร์ จากวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 69 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะปิดตลาดที่ 32.45 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าเกือบตลอดสัปดาห์ สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีข่าวในเชิงบวก โดยการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่เกิดขึ้น และแม้สหรัฐฯ จะมีการขยายเส้นตายการหยุดยิงออกไปแบบไม่มีกำหนดเพื่อเปิดให้มีโอกาสในการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย แต่ความตึงเครียดยังคงไม่ลดระดับลง เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนหลังข้อมูลการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทยออกมาดีกว่าที่คาด ประกอบกับน่าจะมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ในสัปดาห์หน้า
อนึ่ง เงินบาทยังไม่ได้ตอบรับมากนักต่อข่าวที่ Moody’s ประกาศปรับ Outlook สำหรับอันดับเครดิต Baa1 ของไทยกลับมาที่ Stable
ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ผลการประชุม กนง. (29 เม.ย.) ผลการประชุม FOMC (28-29 เม.ย.) ตลอดจนผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) (27-28 เม.ย.) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) (30 เม.ย.) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) (30 เม.ย.)
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และอัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/2569 (Adv.) และดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันในตลาดโลก ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 69)





