
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงาน “Asian Development Outlook” ในวันนี้ (10 เม.ย.) ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะเริ่มทรงตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางได้สร้างผลกระทบทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการท่องเที่ยว
ADB คาดการณ์ว่า การที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากการทำสงครามกับอิหร่านจะขัดขวางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย โดยคาดว่าการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในภูมิภาคนี้มีแนวโน้มลดลงเหลือ 5.1% ในปีนี้ จากระดับ 5.4% ในปี 2568
ตัวเลขคาดการณ์ในรายงานฉบับนี้ เป็นรายงานการสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจหลังจากสงครามอิหร่านเริ่มต้นไปประมาณกว่า 1 สัปดาห์ โดยสงครามได้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และการคาดการณ์ดังกล่าวอยู่บนสมมติฐานที่ว่าราคาน้ำมันจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ระดับปกติและเคลื่อนตัวไปสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความผันผวน โดยราคาน้ำมันมีการแกว่งไปตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นรายวัน
ADB คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.6% ในปีนี้ จากระดับ 5% ในปี 2568 โดยการบริโภคภาคเอกชนของจีนซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเอเชีย ยังคงซบเซา
ขณะเดียวกัน ADB คาดการณ์ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจอินเดียลดลงเหลือ 6.9% ในปี 2569 จาก 7.6% ในปี 2568 เนื่องจากปัจจัยลบจากภายนอก แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังได้รับแรงหนุนจากการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศก็ตาม
ส่วนการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มทรงตัวเป็นวงกว้าง และคาดว่าการขยายตัวของกลุ่มเศรษฐกิจขั้นสูง (advanced economies) ในเอเชียและแปซิฟิกจะลดลงจาก 2.5% ในปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 2.2% ในปี 2569 เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน
ทั้งนี้ ADB ได้มีการจัดประเภทเศรษฐกิจบางประเทศใหม่ให้เป็นเศรษฐกิจขั้นสูง แทนที่จะเป็นประเทศกำลังพัฒนา
นอกจากนี้ ADB คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 3.6% ในปี 2569 จากระดับ 3% ในปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันคาดว่าต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรและราคาอาหารจะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากภูมิภาคนี้ต้องพึ่งพาตะวันออกกลางในแง่ของการนำเข้าปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงยูเรียและแอมโมเนีย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)





