“จุลพันธ์” เปิดนโยบายแรงงานมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต เดินหน้าลดภาระเงินสมทบ-ดันเพิ่มค่าแรง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาถึงการขับเคลื่อนนโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งได้เร่งประชุมร่วมกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือแรงงานอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยภารกิจแรกได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทาง ลดอัตราการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้แรงงาน โดยย้ำว่าการดำเนินการต้องไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุน และคาดว่าจะสามารถกำหนดกรอบระยะเวลาและรูปแบบที่ชัดเจนได้ในเร็ว ๆ นี้

นโยบายที่จะทำต่อคือ นโยบายพัฒนา Upskill-Reskill แรงงาน ผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ภายใต้แนวคิด “เรียนจบ มีงานทำ” โดยจะทำงานบูรณาการร่วมกับหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้รองรับอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี AI

ในด้านการคุ้มครองแรงงาน ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสวัสดิการ ขณะที่กรมการจัดหางานจะเร่งจัดระเบียบแรงงานทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าให้แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และลดปัญหา “ผีน้อย” รวมถึงควบคุมแรงงานต่างด้าวให้อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ

สำหรับประเด็นค่าแรงขั้นต่ำ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้ละเลย กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายที่จะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ แต่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งเงินเฟ้อ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลิตภาพแรงงานทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อแรงงานและภาคธุรกิจ

ในส่วนของสำนักงานประกันสังคม ยืนยันจะผลักดันความโปร่งใส โดยติดตามกรณีทุจริตอย่างใกล้ชิด ไม่ว่ากรณีใดก็ตามเราจะติดตามอย่างเข้มงวด เช่น ตึก SKY9 กระบวนการได้เดินหน้าไป มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้ามานั่งเป็นประธาน ได้มีการประชุมกันแล้ว พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ ขณะเดียวกัน เตรียมจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ภายในปลายปีนี้

ส่วนแนวคิดการปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมให้ออกจากระบบราชการ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม โดยอาจมอบหมายให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานกลางจัดทำข้อเสนอภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อใช้เป็นฐานในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า นโยบายทั้งหมดจะต้องพิสูจน์ด้วยผลงานจริง พร้อมเปิดรับการตรวจสอบจากสังคมอย่างเต็มที่

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)