“ศุภจี” เตรียมชงมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชน เข้า ครม.สัปดาห์หน้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะศาลพระภูมิ และศาลตายาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวว่า ไม่ได้ขอพรอะไร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้กับประเทศชาติ และประชาชน และถ้าทำได้เต็มที่แล้ว ก็ขอให้ช่วยอำนวยพรให้สามารถทำได้ตามสิ่งที่อธิษฐานเอาไว้

ส่วนที่มีการมองว่า การทำงานรอบนี้จะมีแรงกดดันมากกว่ารอบแรกนั้น นางศุภจี ยอมรับว่า เป็นธรรมดา เพราะช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญหลายวิกฤติซ้อนกัน ดังนั้นต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับรูปแบบการทำงานเป็นแบบคลัสเตอร์ และบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการ 2-3 เรื่อง คือ การดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์พยายามดูแล คือ สินค้าควบคุม และสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ในกรณีหากมีการปรับราคา ก็ต้องควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกลไกที่เป็นธรรม ทั้งประชาชน และผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน จะมีการนำสินค้าราคาพิเศษภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งเป็นการนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมาจำหน่ายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้มีการสนับสนุน SMEs เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือผ่านการค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพ SMEs ดังนั้นจะเห็นได้ว่า กระทรวงพาณิชย์ดูแลในเรื่องของค่าครองชีพ รวมถึงการปรับโครงสร้างเพื่อให้ SMEs หรือผู้ประกอบการรายเล็กสามารถอยู่ได้ในสภาพเศรษฐกิจที่มีลักษณะแบบนี้ ขณะเดียวกัน จะต้องดูแลในเรื่องของการส่งออกที่ขณะนี้ตึงตัว เช่น ตะวันออกกลาง เมื่อเกิดปัญหาส่งออกชะงักงัน จึงต้องเร่งหาตลาดเพิ่มเติม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ พยายามอย่างยิ่งที่จะคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้

นางศุภจี กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้ จะเชิญกระทรวงอุตสาหกรรมมาหารือต่อเนื่อง ในเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก พร้อมเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิล เพราะเราไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะวางโครงสร้างในระยะยาวไว้ด้วย จากนั้นจะเป็นการเชิญ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง รมช.มหาดไทย และผู้ที่ดูแลกรมพัฒนาชุมชน มาหารือเรื่องการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องอาศัยแรงของท้องถิ่น ทั้งอำเภอและตำบล จะได้สามารถที่จะต่อยอดสินค้า SMEs ด้วย รวมถึงเป็นการขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย” ให้ครอบคลุมได้ทั่วประเทศอย่างมียุทธศาสตร์สำคัญร่วมกัน

ส่วนการตั้งที่ปรึกษานั้น นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของมิติการทำงานมีหลากหลายมิติ ภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ ต้องประสานกันไป ขณะเดียวกัน ต้องศึกษาถึงตลาดส่งออกที่มีโอกาส ตลาดที่ต้องควรระวัง หรือตลาดที่ควรต้องปรับตัว ดังนั้นการมีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะภูมิภาคที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ส่วนที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี จะเป็นเรื่องของสินค้าเกษตร การดูแลภายในประเทศ โดยจะมีทั้งนายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และยังมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูป และเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหลากหลายมุมเพื่อช่วยเติมนโยบาย

“มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการอย่างมากในช่วงนี้ คือ เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบัน กรมการค้าภายใน มีกำลังอยู่ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการปรับทีมภายใน โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ส่งข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เพื่อให้เราสามารถตอบสนอง และดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งมีการปรับทั้งในกระทรวง และทีมที่ปรึกษา เพื่อให้ครบถ้วนมากขึ้น ทำให้สามารถตอบโจทย์วิกฤตซ้อนวิกฤติไปพร้อมกัน” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 เม.ย. 69)

ข่าวล่าสุด