ยอดเดินทางขนส่งสาธารณะช่วงสงกรานต์ 6 วัน ทะลุ 15 ล้านคน ใช้ระบบรางสูงสุด 45%

กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 สะสม 6 วัน พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะ สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 15,053,933 คน เพิ่มขึ้น 2.38% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยระบบราง มีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็น 45%

ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 292,507 คน ภาคใต้ (ทางราง) 186,871 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 197,214 คน ภาคเหนือ (ทางอากาศ) 116,289 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 114,767 คน

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ รวม 1,407,371 คน สำหรับการจราจรเข้า – ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 5,465,964 คัน ลดลง 6.78% และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 7,441,851 คัน ลดลง 2.49%

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม สะสม 6 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,069 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,153 คน เสียชีวิต 150 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 695 ครั้ง คิดเป็น 65% ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ 543 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง ไม่มีความลาดชัน 755 ครั้ง คิดเป็น 71% จังหวัดนครราชสีมา และปราจีนบุรีมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 7 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 50 ครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลง 22% ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2% และผู้บาดเจ็บลดลง 14% ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะ เกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ส่วนทางน้ำและทางอากาศ ไม่มีรายงานอุบัติเหตุ

ในส่วนการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ด้านการอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับประชาชนเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการนำรถเสริม 30 เข้ามาวิ่งเสริมในเส้นทางที่มีความต้องการหนาแน่นได้ เพื่อป้องกันปัญหารถไม่เพียงพอ

รวมถึงเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสาร และจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและผู้ขับรถตามแบบ Checklist ก่อนออกเดินทาง และจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ

บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดรถ Shuttle Bus 4 คัน ให้บริการรับ – ส่งประชาชนฟรี เส้นทางสถานีขนส่งหมอชิต 2 – BTS หมอชิต 2 – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ประตู 2) วันที่ 15 – 20 เมษายน 2569 เวลา 04.00 – 07.00 น. พร้อมบูรณาการร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด จัดรถโดยสารเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ รวม 22 เส้นทาง รวมถึงจัดเตรียมรถแท็กซี่รองรับผู้โดยสาร อีกทั้งกำชับนายสถานีเดินรถทั่วประเทศ ให้เตรียมความพร้อมด้านรถโดยสาร และบุคลากร เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ที่จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ส่วนกรมการขนส่งทางรางได้กำชับให้ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้า เตรียมความพร้อมในการรับมือกับความหนาแน่นของประชาชนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมเล่นน้ำส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ ในพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญและจุดจัดงานยอดนิยม ด้วยมาตรการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Control) โดยเฉพาะในสถานีใกล้พื้นที่จัดกิจกรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยและระบายผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดทำแผนรองรับผู้โดยสารขาเข้า วันที่ 15 – 17 เมษายน 2569 โดยเพิ่มตู้โดยสารในขบวนที่มีผู้โดยสารหนาแน่น และเสริมขบวนรถพิเศษอีก 4 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ พร้อมยกระดับความปลอดภัยเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์บนขบวนรถ โดยจัดเจ้าหน้าที่บนขบวนรถ และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราตลอดเส้นทาง

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้โดยสารสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่บนขบวนรถ หรือสายด่วน รฟท. โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานทีมแพทย์ประเมินอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมบูรณาการร่วมกับสายด่วน 1669 จัดรถพยาบาลรอรับที่สถานีปลายทาง เพื่อส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับ ได้อย่างสะดวก อุ่นใจ และปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคทั้ง 7 ภูมิภาค และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา 77 สาขา ทั่วประเทศ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง และอำนวยความสะดวกความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่เดินทางทางน้ำ พร้อมรับแจ้งเหตุและประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยบริเวณท่าเรือ ความพร้อมของท่าเรือ และผู้ประกอบการเดินเรืออย่างใกล้ชิด

รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตรวจแอลกอฮอล์ของผู้ควบคุมเรือก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยว แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว สวมใส่เสื้อชูชีพทุกครั้ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 เม.ย. 69)