ทองปิดลบ $15.30 นลท.จับตาเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันวันที่สองในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

  • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 15.30 ดอลลาร์ หรือ 0.32% ปิดที่ 4,808.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังหารือกันผ่านทางปากีสถานเพื่อจัดการเจรจารอบที่สอง เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 7 สัปดาห์ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 8 เม.ย.กำลังจะหมดอายุในวันที่ 21 เม.ย. อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการกำหนดวันสำหรับการเจรจารอบที่สอง แม้ปากีสถานเร่งเดินหน้าความพยายามทางการทูตเพื่อรักษากระบวนการเจรจาให้ดำเนินต่อไป

แหล่งข่าวจากอิหร่านเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดีว่า ตัวแทนเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลดความคาดหวังว่าจะมีการทำข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุม และกำลังแสวงหาการทำข้อตกลงชั่วคราวแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีก ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซียและยุโรประบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเวลาประมาณ 6 เดือนในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันพฤหัสบดี ระบุว่า อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน หลังจากที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้พบปะกันที่กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยการหยุดยิงเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันพฤหัสบดี ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

นักวิเคราะห์จาก High Ridge Futures กล่าวว่า หากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลง หรือสงครามยุติลง ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้นักลงทุนมองว่ามีโอกาสเพียง 32% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 207,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 217,000 ราย ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าภาวะตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงมีเสถียรภาพ แม้บรรดานายจ้างยังคงระมัดระวังในการเพิ่มจำนวนพนักงาน เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 69)