ทองปิดร่วง $50.80 หวั่นสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (20 เม.ย.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านได้กลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 50.80 ดอลลาร์ หรือ 1.04% ปิดที่ 4,828.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ว่า เรือ USS Spruance ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านลำหนึ่งในอ่าวโอมาน ทำให้เรือได้รับความเสียหายและหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือลำดังกล่าว โดยอ้างว่าเรือลำนี้พยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ

ด้านอิหร่านได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่สหรัฐฯ ยึดเรือลำดังกล่าวและขู่ว่าจะตอบโต้ ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้กล่าวกับโมฮัมหมัด อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานว่า การที่สหรัฐฯ “ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง” คืออุปสรรคสำคัญต่อการเดินหน้ากระบวนการทางการทูต

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การเจรจาสันติภาพรอบที่สองระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เผชิญกับความไม่แน่นอน ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (21 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับวันพุธที่ 22 เม.ย.ตามเวลาไทย

สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านอุปทานพลังงงาน และผลักดันราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 6% ในวันจันทร์ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้ออาจจะปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น หรืออาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ แม้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)