
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [ASP] กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในปี 69 จะทรานส์ฟอร์มสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งผ่าน 3 เสาหลัก โดยเอเซีย พลัส เดินหน้ายกระดับการให้บริการเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากรูปแบบการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่บริการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์แบบครบวงจร ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ
– Asset Under Management Growth การมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพื่อสร้างฐานรายได้ต่อเนื่องที่แข็งแกร่ง (Significant Recurring Income) ควบคู่กับการพัฒนา Segment-Specific Playbooks และ RM Toolkits เพื่อให้ทีมงานส่งมอบโซลูชันที่แม่นยำสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผสานมุมมองการลงทุน ASP House View ที่เป็นหนึ่งเดียว
โดยพร้อมนำเสนอกองทุน Thematic แห่งอนาคตเพื่อเจาะเมกะเทรนด์โลก อาทิ กลุ่ม AI & Next-Gen Infra (ASP-POINTAI-UI, ASP AI-EQ) และกลุ่ม Future Tech & Materials (A-ASEMI, A-AIRR, A-Humanoid, A-Grid, A-JEDI, A-RARE) และขยาย Data-Insight Advisory ผ่านระบบ AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อจับคู่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด ตอบโจทย์ Pain Point ได้อย่างตรงจุด และสามารถส่งมอบคำแนะนำที่แม่นยำผ่านทุกOmnichannel ทันที
– Seamless Journey ด้วยการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ด้วยกลยุทธ์ “Mobile First” เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การอัปเดตงานวิจัย พอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึงบริการจองซื้อหลักทรัพย์และอัปเดตสิทธิประโยชน์ต่างๆ แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยาย “Investment Hub” ซึ่งเป็นโมเดลศูนย์การลงทุนครบวงจรรูปแบบใหม่ ที่จะเป็นฐานสำคัญสำหรับกลยุทธ์การขยายสาขาในปี 69
– Professional RM การพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานของผู้แนะนำการลงทุน สู่ระดับมืออาชีพ ผ่าน 2 โปรแกรมสำคัญได้แก่ ASP Incubator Program: เฟ้นหาและฝึกอบรมคนรุ่นใหม่อายุ 28-35 ปีเพื่อปั้นเป็น Wealth Advisors รุ่นใหม่ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการเงินกับเทคโนโลยีและ ASP Advance Accelerator Program ยกระดับศักยภาพที่ปรึกษาการลงทุนที่มีอยู่ ให้สามารถให้คำปรึกษาแบบ Holistic Wealth Solution ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“เอเซีย พลัส พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่แข็งแกร่ง เคียงข้างสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักลงทุนก้าวผ่านทุกความผันผวนและบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ” นายก้องเกียรติ กล่าว
ขณะเดียวกันยึดมั่นธรรมาภิบาลและเป้าหมายยั่งยืน (ESG) กลุ่มเอเซีย พลัส ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย(CGR) ประจำปี 2568 ระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รับชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 รวมทั้งได้รับผลประเมิน SET ESG Rating ระดับ AA ประจำปี 68 พร้อมเดินหน้าเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.20% ต่อปี (Scope 1-2) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2030 ควบคู่กับการยกระดับสังคม พัฒนาบุคลากร และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ปลอดภัยจากความเสี่ยงทางไซเบอร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 69)





