
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเงื่อนไขในโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า เบื้องต้นกำหนดเงื่อนไขให้ รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชน 40% โดยรูปแบบการจ่ายเงินนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นการทยอยจ่ายเป็นงวด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดว่าจะเป็นระยะเวลากี่เดือน
สำหรับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิ นายภราดร ระบุว่า คาดว่ายังคงใช้เกณฑ์เดิมคือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ส่วนจำนวนผู้ได้รับสิทธินั้นยังอยู่ในขั้นตอนการคำนวณ โดยต้องพิจารณาจากงบประมาณที่มีอยู่ว่ารองรับได้จำนวนเท่าใด ระหว่าง 20 ล้านคน หรือ 30 ล้านคน เพราะโครงการนี้จะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ประมาณ 13.4 ล้านคนด้วย
ในส่วนของแหล่งเงินของโครงการนั้น นายภราดร ยืนยันว่า มีความเป็นไปได้ทั้งจากงบประมาณปกติและงบกลาง โดยปัจจุบัน รัฐบาลยังมีงบกลางคงเหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแหล่งเงินจาก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีวงเงินเข้ามาสมทบอีกส่วนหนึ่ง
“รัฐบาลไม่ได้ถังแตก สถานการณ์งบประมาณยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ” นายภราดร กล่าว
ส่วนการประชุมงบประมาณเมื่อวานนี้ว่า ไม่มีการพูดคุยเรื่องการกู้เงิน ส่วนจะนำเข้าที่ประชุม ครม. ได้ในช่วงใด นายภราดร กล่าวว่า ต้องถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ตนไม่มีรายละเอียด
นายภราดร กล่าวถึงการประชุม ครม. เศรษฐกิจในวันจันทร์นี้ว่า ตนยังไม่เห็นวาระ ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่ง ไม่มีกำหนดการนัดหมาย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)





