
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงสาเหตุที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติเห็นควรยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU44 ไทย-กัมพูชา ว่า มาจากเหตุผลดังนี้
1. MOU 44 เป็นกรอบเจรจาการบริหารทรัพยากรร่วมกันที่อยู่ใต้ทะเล ระหว่างไทย-กัมพูชา แต่ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจาภายใต้กรอบดังกล่าวเพียงแค่ 5 ครั้ง และใน 5 ครั้งนี้ ก็ไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้เกิดข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยไม่มีแนวทางการบริหารทรัพยากรร่วมกัน
2. การยกเลิก MOU 44 จึงเป็นการยุติการเจรจาตามกรอบเดิม หากฝ่ายกัมพูชามีความต้องการ หรือเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยต่อไป ขอให้แสดงเจตนารมย์ หรือแจ้งมาให้ไทยทราบ เพื่อจะได้จัดกรอบการเจรจากันใหม่ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลเหมือนเช่นที่ผ่านมา
3. สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการทำ MOU 44 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังมีเช่นนี้ต่อไป การพัฒนาและบริหารทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลร่วมกัน จึงเป็นเรื่องยาก เพราะหลักการสำคัญคือ ต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงหาแนวทางพัฒนา และบริหารร่วมกันด้วยความจริงใจ และแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า การมี MOU44 อายุ 25 ปี ที่เจรจากันเพียง 5 ครั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ย่อมแสดงให้เห็นว่า MOU ฉบับนี้ ไม่อาจนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ การมีอยู่ของ MOU44 นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดระแวง ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอีกด้วย จึงเห็นควรที่ต้องยกเลิก และวางกรอบการเจรจากันใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้เป็นประโยชน์ได้จริง
“เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา นายกฯ ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยกล่าวถึงนโยบายด้านการการต่างประเทศ และความมั่นคงของไทย ในหัวข้อที่ 9 ประเด็นการส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และการแก้ไขปัญหาข้ามแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย ในหัวข้อย่อย (9.2) ย้ำชัดว่า มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544 และในวันนี้ ที่ประชุม สมช. ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็มีมติเห็นชอบแล้ว” น.ส.รัชดา กล่าว
สำหรับขั้นตอนหลังจาก สมช.มีมติในวันนี้แล้ว จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และมีมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)





