ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบเป็นส่วนใหญ่ หวั่นสงครามอิหร่านยืดเยื้อ-ตะวันออกกลางตึงเครียด

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (24 เม.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้อิสราเอลและเลบานอนได้มีการบรรลุข้อตกลงขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ก็ตาม

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 59,343.40 จุด เพิ่มขึ้น 203.17 จุด หรือ +0.34%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,862.61 จุด ลดลง 52.59 จุด หรือ -0.20% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,069.37 จุด ลดลง 23.88 จุด หรือ -0.58%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.45% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.30%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ว่า อิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังจากทั้งสองฝ่ายพบปะกันที่ทำเนียบขาวร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอน

ทางด้านอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ โดยคาเซม จาลาลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำรัสเซีย เปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมที่จะกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ อีกครั้งเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพ แต่ทางอิหร่านไม่มั่นใจว่าสหรัฐฯ มีความจริงใจที่จะเจรจาหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอิหร่านได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยหน่วยคอมมานโดของอิหร่านได้บุกยึดเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ด้านปธน.ทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงและทำลายเรือทุกลำของอิหร่านที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงทวีความรุนแรง แม้ปธน.ทรัมป์ประกาศขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านก็ตาม

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของญี่ปุ่น ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากต้นทุนอาหารสดที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 1.8% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนก.พ.

ทั้งนี้ เงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมทั้งราคาพลังงานและอาหารสด (Core-core CPI) และเป็นข้อมูลที่ BOJ จับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวชี้วัดความเคลื่อนไหวของราคาที่ขับเคลื่อนโดยอุปสงค์ได้ดีกว่า เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.พ.

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)