หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ ลุ้นเก็งกำไรกลุ่มชิ้นส่วนฯสู้สงครามตอ.กลาง จับตาครม.เศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์ฯ เผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่ง Sideways เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังกดดัน อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ วันนี้แนะติดตาม การประชุมครม. เศรษฐกิจ ให้แนวรับที่ 1,450 จุด และแนวต้านที่ 1,460 – 1,465 จุด

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเคลื่อนไหว Sideways โดยภาพรวมการลงทุนยังคงถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่มีพัฒนาการในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม พบว่ามีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหากไม่นับรวมปัจจัยสงคราม ตลาดยังความสำคัญกับหุ้นกลุ่มเทคฯและเซมิคอนดักเตอร์เป็นหลัก

สำหรับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในประเทศ แม้ DELTA จะยังเคลื่อนไหวได้ไม่มากนักเนื่องจากติดเกณฑ์ Cash Balance แต่คาดจะมีแรงซื้อในหุ้นตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน อาทิ HANA KCE CCET

ขณะที่ปัจจัยในประเทศที่น่าจับตาในวันนี้ คือ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณามาตรการไทยช่วยไทย Plus โดยหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวันนี้ ก็จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ยังคงแนะนำให้เป็นการลงทุนแบบ Selective โดยเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลประกอบการดี และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามอย่างจำกัด

โดยมีแนวรับที่ 1,450 จุด และแนวต้านที่ 1,460 – 1,465 จุด

 

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (24 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,230.71 จุด ลดลง 79.61 จุด หรือ -0.16%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,165.08 จุด เพิ่มขึ้น 56.68 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,836.60 จุด เพิ่มขึ้น 398.09 จุด หรือ +1.63%

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานทั้งบวกและลบ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,976.97 จุด ลดลง 1.10 จุด หรือ -0.004%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,074.81 จุด ลดลง 5.09 จุด หรือ -0.12% ส่วนดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 59,880.71 จุด เพิ่มขึ้น 164.53 จุด หรือ +0.27%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (24 เม.ย.) 1,456.10 จุด ลดลง 5.25 จุด (-0.36%) มูลค่าซื้อขาย 48,768.41 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (24 เม.ย.) 1,283.56 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. (24 เม.ย.) ลดลง 1.45 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 94.40 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ในช่วงเช้าวันนี้ ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 1.79% แตะที่ 96.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (24 เม.ย.) อยู่ที่ 23.56 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.36 แข็งค่าเล็กน้อย จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่ คาดกรอบวันนี้ 32.30-32.60

– “นักเศรษฐศาสตร์” ชี้แม้ Moody’s เพิ่มมุมมองจากปัจจัยลบคลี่คลาย เตือนรักษาวินัยการคลัง รับมือ “สึนามิต้นทุน” กระทบ 3 เครื่องยนต์ “ส่งออก-ท่องเที่ยว-บริโภค” ชี้ไทยรอดถูกหั่นเรทติ้ง แค่ชั่วคราว “สภาพัฒน์” ประเมินใหม่ 3 ฉากทัศน์สงคราม กรณีดีสุดสงครามจบกลางปี “จีดีพี” โต 1.4% กรณีจบครึ่งปีหลัง “จีดีพี” เหลือ 0.8%

– ตลาดเงินประสานเสียง “เงินบาท อ่อนค่า” ต่อเนื่อง จับตาไตรมาส 2 หลุดระดับ 33 บาท ต่อดอลลาร์ เซ่นสงคราม-ปันผลแสนล้าน “หอการค้า” จี้รับมือ บาทผันผวน-เก็งกำไร ทุบส่งออก-นำเข้าพลังงาน ด้านท่องเที่ยว กระทบ 2 เด้ง “บาทแข็ง-ตั๋วบินแพง”

– คลังเล็งออก พ.ร.ก.กู้เงินแค่ 4 แสนล้าน “เอกนิติ” รัดเข็มขัดเข้ม-คุมกู้ภายใต้กรอบที่มีอยู่ หวังไม่ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% สั่งตัดงบฯรายจ่าย ปี’70 ทั้ง “ดูงาน-พัฒนาจังหวัด-สร้างตึกใหม่” กวาดเงินตุน “หน้าตัก” รับมือวิกฤตลากยาว ขุนคลังแจงเตรียมเติมเงินใส่บัตรสวัสดิการเป็นเดือนละ 1,000 บาท พร้อมปรับสูตรคนละครึ่งรัฐจ่าย 60% เปิดลงทะเบียน พ.ค.นี้

– สบน.กางแผนรับมือความผันผวน เร่งกระจายเครื่องมือระดมทุนลดผลกระทบ บอนด์ยีลด์รัฐบาลอายุ 10 ปีของไทย ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ ไอเอ็มเอฟชี้ไทยมีหนี้อยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่ไม่ใช่กลุ่มอ่อนแอสุด

– “นิด้าโพล” ชี้คนไทยพอใจมาตรการรัฐบาล ช่วยค่าครองชีพเรื่อง “น้ำมัน-สินเชื่อ” ยกเว้น “เติมเงินบัตรคนจน” ให้ร้อยเดียวน้อยเกินไป “นร.-ผู้ปกครอง” เฮ! “ยศชนัน” ตรึงค่าสมัครสอบ TCAS ฟรี A-Level สูงสุด 7 วิชา พร้อมลดค่าสอบรอบพอร์ตฯ “อนุสรณ์” แนะทำงบประมาณแบบรวมยอด ไม่ต้องกู้ก่อหนี้เพิ่ม

– “อนุทิน” เร่งดันแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้านบาท เข้าครม. มิ.ย.-ก.ค.นี้ หวังปั้นไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ด้าน “พิพัฒน์” ลั่น เปิดเอกชนลงทุนไตรมาส 3/69

– “เอกนัฏ” เตรียมชง ครม. 28 เม.ย.นี้ รื้อโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ หนุนผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก จ่ายอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย แต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป ต้องจ่ายแพงขึ้น ฟากสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขานรับโมเดลค่าไฟขั้นบันได อุ้ม 14 ล้านครัวเรือน

– TISCO ESU แบงก์ทิสโก้ ออกโรงเตือน สถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อกว่า 8 สัปดาห์ กำลังผลักดันให้โลกเดินหน้าสู่วิกฤตพลังงานครั้งใหม่ ที่รุนแรงกว่าแค่ราคาพุ่งสูง ชี้ ไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ “ขาดแคลนพลังงาน” ของจริง หลังน้ำมันสำรองอาจหมดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แนะภาครัฐออกมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ก่อนจะต้อง “บังคับหยุดชะงัก” ในวันที่สายเกินไป

– “รมว.คมนาคม” เร่งเครื่อง กทพ. ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาจราจร ดัน Double Deck เป็น Quick Win ชี้คุ้มให้เอกชนลงทุนแลกขยายสัมปทาน ลดจำนวนด่าน และค่าผ่านทาง

 

หุ้นเด่นวันนี้

– IRPC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 2.00 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 พลิกเป็นบวกที่ 7.6 พันล้านบาท จากขาดทุนในไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/68 หนุนจาก Market GIM เพิ่มขึ้นแรง (QoQ +8%, YoY +91%) ตาม GRM ฟื้นตัว และมีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิราว 7.4 พันล้านบาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตและอัตราการกลั่นทรงตัว คาดกำไรหลักไตรมาส 2/69 สเปรดปิโตรเคมีและ GRM ที่ดีขึ้น แต่กำไรสุทธิอาจอ่อนตัวแรงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันหลังราคาน้ำมันปรับลง และยังมีผลขาดทุน Hedging เล็กน้อย คงคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 2.0 บาท จาก Valuation ถูก (PBV 0.46x) และแนวโน้มอุตสาหหกรรมโอเลฟินส์ฟื้นตัว โดยคาดว่าส่วนต่างราคา PP (PP Spread) จะดีขึ้นจาก Supply ตึงตัวในเอเชียและการผลิต PDH ในจีนที่ยังต่ำ

– ADVANC (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 392.94 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 แข็งแกร่งที่ 1.26 หมื่นลบ. +1% q-q แต่ +19% y-y หนุนจาก ต้นทุนตามคลื่นความถี่ใหม่ที่ถูกลง รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่ดี ส่วนด้านรายได้ยังเติบโตได้ทุกธุรกิจทั้ง Mobile และ Fixed Broadband ภาพรวมธุรกิจกระทบจำกัดจากราคาน้ำมันแพงและสงครามเนื่องจากเป็นบริการจำเป็น เราคาดว่ากำไรรายไตรมาสจะเติบโต y-y ได้ต่อเนื่อง Consensus คาดกำไรปี 2569 +7% y-y ราคาหุ้นปรับลง 15% High ช่วงปลาย ก.พ. และไม่หลุดแนวรับหลัก ระยะสั้นคาดมีโอกาสเห็นการ Rebound

– BEM (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 8.15 บาท BEM ให้ผลตอบแทน -15.9% เทียบกับ SET Index -4.7% นับตั้งแต่ช่วงเกิดสงคราม อย่างไรก็ตาม BEM มีลักษณะที่ธุรกิจ Defensive อีกทั้ง ณ ปัจจุบันถูกซื้อ PE’68 ที่ 19.5 เท่า (-0.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5ปี) ช่วยจำกัด Downside นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม เปิดเผย นำเสนอ 20 โครงการ โครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงโครงการอย่าง Double Deck อยู่ในระหว่างการพิจารณาก่อนเข้า ครม. ในระยะถัดไป

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)