
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือผ่านได้ โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อฟื้นฟูการค้าและเศรษฐกิจโลก
กูเตอร์เรสกล่าวในการอภิปรายทั่วไปของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่าด้วยความปลอดภัยและการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือทางทะเล เมื่อวันจันทร์ (27 เม.ย.) ว่า “สิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการเคารพ… หลักการเหล่านี้ต้องได้รับการยึดถืออย่างเต็มที่และโดยไม่ชักช้า”
“ผมขอเรียกร้องต่อทุกฝ่าย เปิดช่องแคบให้เรือผ่านไปได้โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้การค้าฟื้นตัว และให้เศรษฐกิจโลกได้มีลมหายใจ” กูเตอร์เรสกล่าว
กูเตอร์เรสระบุว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.เป็นต้นมา การหยุดชะงักของการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลก แหล่งเสบียงอาหาร และการค้า พร้อมย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซคือหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 1 ใน 5 ของโลก และปุ๋ยที่มีการซื้อขายระหว่างประเทศเกือบ 1 ใน 3 ของโลก ดังนั้น การสัญจรที่ปลอดภัยและไร้อุปสรรคจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนทั้งในด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรม
เลขาธิการ UN เสริมว่า การหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สร้างภาวะช็อกทางเศรษฐกิจอย่างฉับพลัน และทุกฝ่ายกำลังแบกรับภาระจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น ตลอดจนภาวะหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ยุคโควิด-19 และวิกฤตการณ์ยูเครน
กูเตอร์เรสกล่าวว่า “แรงกดดันเหล่านี้กำลังส่งผลต่อเนื่องจนทำให้ถังเชื้อเพลิงว่างเปล่า ชั้นวางสินค้าว่างเปล่า และจานอาหารก็ว่างเปล่า ความสูญเสียทางมนุษยธรรมกำลังเพิ่มสูงขึ้น” และ “วิกฤตนี้เกิดขึ้นตรงกับฤดูกาลเพาะปลูกที่สำคัญ การหยุดชะงักที่ยืดเยื้อจึงเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านอาหารทั่วโลก ซึ่งจะผลักดันให้ผู้คนนับล้าน โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียใต้ตกอยู่ในสภาวะหิวโหยและความยากจน”
เขาระบุว่า ภาระที่หนักหน่วงที่สุดตกอยู่กับกลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าทางทะเลมากที่สุด และมีความสามารถน้อยที่สุดในการรับมือกับภาวะช็อกที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ
นอกจากนี้ เขายังย้ำอีกว่า ช่วงเวลานี้จำเป็นต้องมีความยับยั้งชั่งใจ การเจรจา และการสร้างความเชื่อมั่น โดยเขาพร้อมจะใช้บทบาทหน้าที่เพื่อช่วยหาทางออกร่วมกัน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กูเตอร์เรสได้เรียกร้องให้มีการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ความพยายามในการแก้ไขต้นตอของความไม่มั่นคงทางทะเล รวมถึงการกระชับการเจรจาและความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)





