
เมื่อเวลา 10.03 น. MINT ลบ 4.17% ลดลง 0.90 บาท มาที่ 20.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 143.29 ล้านบาท จากราคาเปิด 21.20 บาท ราคาสูงสุด 21.20 บาท และราคาต่ำสุด 20.60 บาท
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประมาณการกำไรปกติของบมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล [MINT] ไตรมาส 1/69 จะอยู่ที่ 117 ล้านบาท (น้อยกว่าที่เราคาดไว้เบื้องต้นที่ 500 ล้านบาท เพราะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าคาด) เพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 1/68 ที่ 50 ล้านบาท แต่ลดลงจาก ไตรมาส 4/68 ที่ 3.47 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1. ธุรกิจโรงแรม ภาพรวม RevPAR เพิ่มขึ้นได้ดี (+10% YoY, -15% QoQ) แม้ว่ายุโรป (+11% YoY) จะเป็นช่วง Low Season แต่ได้แรงหนุนจากการแข่งขัน Winter Olympic ส่วนไทย (+15% YoY) และมัลดีฟส์ (+9% YoY) เพิ่มขึ้นได้ดีจากฐานต่ำในปีก่อน
2. ธุรกิจอาหาร มี SSSG โดยรวมลดลงที่ -0.8% YoY จาก ไตรมาส 1/68 ที่ -2.3% YoY และจาก ไตรมาส 4/68 ที่ -2.6% YoY โดยไทย (ทรงตัว YoY) ขณะที่จีน (+8.6% YoY) เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำในปีก่อน ส่วนออสเตรเลีย (-1.4% YoY) ได้รับผลกระทบจากภาวะกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค (Macro economy pressure)
3. SG&A เพิ่มขึ้น +4% YoY จากค่าเช่า, IT cost และมีการปรับเพิ่มค่าแรงงานที่ยุโรปที่ขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อที่ราว +3% YoY ส่วนดอกเบี้ยจ่ายลดลง -3% YoY และ -1% QoQ จากอัตราดอกเบี้ยขาลง
เรามีการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 – 2570 ลง -14% และ -12% ตามลำดับ จากการปรับอัตราส่วน SG&A ต่อรายได้ (SG&A to sale) และดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่มีการปรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลง ทำให้ได้กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท ลดลง -5% YoY จากค่าใช้จ่ายที่กดดัน
คงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ลงมาที่ 26.00 บาท อิง DCF (WACC ที่ 7%, Terminal Growth ที่ 1.5%) จากเดิมที่ 31.00 บาท ด้านราคาหุ้นลดลงราว -25% หลังจากเกิดสงคราม ซึ่งเป็นการรับรู้ข่าวร้ายไปบ้างแล้ว ขณะที่ Valuation ซื้อขายเพียง PER ที่ 13x ใกล้เคียงกับ ERW แต่ถูกกว่า CENTEL ที่ 19x
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)





