แท็กซี่-ไรเดอร์ ร้องคมนาคมเร่งคุมแพลตฟอร์ม-ปรับค่าโดยสาร

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เป็นประธานการประชุมแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างสาธารณะ จากปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้น โดยผู้แทนสมาคมรับจ้างขนส่งสาธารณะ 5 สมาคมร่วมหารือ โดยเสนอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการแก้ปัญหาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  1. ขอให้บังคับใช้กฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 และประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการดำเนินการสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2568
  2. ขอให้กำกับราคาโดยสารให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดอัตราค่าโดยสาร และค่าบริการอื่นสำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564
  3. ขอให้พิจารณาต่อใบอนุญาตและรับขึ้นทะเบียนใหม่ให้กับกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง (รย.17)
  4. ขอให้มีนโยบายดำเนินการสร้างแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันให้บริการสาธารณะ โดยเป็นแอปพลิเคชันให้บริการถรับจ้างที่ให้บริการ เช่น รถยนต์สาธารณะ (แท็กซี่) (รย.16) รถจักรยานยนต์สาธารณะ รวมทั้งรถยนต์ที่จดทะเบียน (รย.18) และรถจักรยานยนต์ (รย.17)
  5. ขอให้แก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน พ.ศ. 2560 และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564
  6. ขอให้บังคับใช้กฎหมายกับรถยนต์สาธารณะ (แท็กซี่หมดอายุ หรือรถยนต์ส่วนบุคคล) ที่นำมาให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน และวิ่งรับผู้โดยสารตามท้องถนนโดยไม่เคารพกฎหมาย โดยขอให้บังคับใช้กฎหมายกับรถที่นำมาให้บริการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
  7. ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการ โดยให้มีผู้แทนฝ่ายผู้ประกอบอาชีพรถยนต์สาธารณะ (แท็กซี่) จาก 5 สมาคม เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ รมช.คมนาคม ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นำข้อเสนอไปพิจารณาดำเนินการ และปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมต่อทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบมีการใช้รถที่ผิดกฎหมายให้ ขบ. ดำเนินการปรับและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฏหมายอย่างเข้มงวดทันที

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)