สหรัฐฯ-จีน เร่งเตรียมความพร้อมซัมมิต “ทรัมป์-สี ” ท่ามกลางสงครามอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการทูตและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน จัดการเจรจาผ่านระบบทางไกลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง ในเดือนหน้า แม้จะยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านปกคลุมอยู่ก็ตาม

กระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน กล่าวในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองประเทศควร “รักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ได้มาด้วยความยากลำบาก” และเตรียมความพร้อมให้ดีสำหรับการพบปะหารือระดับสูงที่มีความสำคัญ

ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังคงมีกำหนดการที่จะต้อนรับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศจีนเตือนว่า ประเด็นไต้หวันถือเป็น “ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด” ในความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตัน

กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุเพิ่มเติมว่า หวังย้ำว่าประเด็นไต้หวันเกี่ยวข้องกับ “ผลประโยชน์หลัก” ของจีน และกล่าวกับรูบิโอว่าสหรัฐฯ ควรยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในอดีต

ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งอ้างสิทธิ์เหนือไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน และตั้งเป้าที่จะนำไต้หวันกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของจีน ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กำลังหากจำเป็น ขณะที่สหรัฐฯ ยึดมั่นใน “นโยบายจีนเดียว” ซึ่งไม่รับรองไต้หวันเป็นประเทศเอกราช แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็คัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะควบคุมไต้หวันด้วยกำลัง และยังคงสนับสนุนอาวุธให้แก่ไต้หวันเพื่อรักษาขีดความสามารถในการป้องกันตนเองอย่างเพียงพอ

สำหรับการประชุมสุดยอดที่กำหนดไว้เป็นเวลา 2 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ คาดว่าจะมีหัวข้อสำคัญในการหารือ ได้แก่ เรื่องการค้า ไต้หวัน รวมถึงการที่จีนจะจัดซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม

การเดินทางเยือนจีนของปธน.ทรัมป์ในครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เขาเคยไปเยือนเมื่อปี 2560 ระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก โดยเลื่อนมาจากกำหนดการเดิมในช่วงวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ต้องการมุ่งความสนใจไปที่การทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุด้วยว่า รูบิโอกล่าวในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ว่า ทั้งสองประเทศควร “รักษาการสื่อสารและการประสานงาน เคารพซึ่งกันและกัน และจัดการความเห็นต่างอย่างเหมาะสม” นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งการขนส่งสินค้าทั่วโลกกำลังหยุดชะงักจากสงคราม โดยสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเผชิญหน้ากันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพในเร็ววัน

ในขณะเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาได้หารือกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เกี่ยวกับการเยือนของทรัมป์ โดยเบสเซนต์ระบุว่าการสนทนากับเหอ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาเศรษฐกิจของจีนนั้น เป็นไปอย่าง “ตรงไปตรงมาและครอบคลุม”

รมว.คลังสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้เน้นย้ำว่า กฎระเบียบนอกอาณาเขตที่จีนนำมาใช้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

ขณะที่สื่อทางการจีนรายงานว่า ในระหว่างการหารือผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งมีเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วยนั้น เหอได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อข้อจำกัดทางการค้าที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดการกับความเห็นที่แตกต่างและส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพต่อไป

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 69)