
ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง รวมถึงองค์กรระดับภูมิภาค ได้ออกมาประณามอิหร่านที่โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในวันจันทร์ (4 พ.ค.) โดยระบุว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค
ซาอุดีอาระเบีย
สำนักข่าวซาอุดีอาระเบีย (SPA) รายงานว่า เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน อัลซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับเชค มุฮัมมัด บิน ซัยยิด อัลนะฮ์ยาน ประธานาธิบดี UAE โดยประณามการโจมตีครั้งล่าสุดของอิหร่าน
มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียประณามและตำหนิอย่างรุนแรงต่อ “การโจมตีที่ไม่เป็นธรรมของอิหร่าน” ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ UAE พร้อมยืนยันว่าซาอุดีอาระเบียสนับสนุน UAE ในการปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ทบทวนสถานการณ์ในภูมิภาคและหารือถึงความพยายามในการเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค
จอร์แดน
กระทรวงการต่างประเทศของจอร์แดนออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตยของ UAE อย่างโจ่งแจ้ง และเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย ซึ่งคุกคามความมั่นคง เสถียรภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของ UAE
นอกจากนี้ อัยมาน ซาฟาดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจอร์แดน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับเชค อับดุลเลาะฮ์ บิน ซัยยิด อัลนะฮ์ยาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ UAE เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของจอร์แดนกับ UAE ตลอดจนแสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อความพยายามของ UAE ในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ
กาตาร์
กาตาร์ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปที่เรือบรรทุกน้ำมันของ UAE ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวถูกโจมตีโดยโดรนสองลำ ซึ่งเป็นการ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการเสรีภาพในการเดินเรืออย่างโจ่งแจ้ง” ทั้งยังเป็นการ “ฝ่าฝืนอย่างร้ายแรง” ต่อมติ 2817 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
กระทรวงฯ เน้นย้ำว่า กาตาร์ไม่ยอมรับการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือในการกดดัน พร้อมกับเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีเงื่อนไข และเน้นย้ำว่าเสรีภาพในการเดินเรือผ่านเส้นทางที่สำคัญนี้เป็นหลักการซึ่งต้องไม่ถูกละเมิด นอกจากนั้นยังเตือนว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างยืดเยื้อจะกระทบต่อผลประโยชน์ที่สำคัญของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
กระทรวงฯ ยังเรียกร้องให้อิหร่านหยุดโจมตีทรัพย์สินของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็น “การกระทำที่ไม่เป็นธรรม” พร้อมทั้งยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่ของกาตาร์กับ UAE ตลอดจนสนับสนุนมาตรการทั้งหมดที่ UAE อาจดำเนินการเพื่อปกป้องทรัพย์สินของประเทศ
อียิปต์
กระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อต้านการกระทำใดก็ตามที่มุ่งก่อการร้ายต่อพลเรือนหรือบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคอ่าวอาหรับ พร้อมทั้งยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อมาตรการที่ UAE ดำเนินการเพื่อปกป้องทรัพย์สินและอธิปไตยของชาติ
ขณะเดียวกัน อียิปต์เตือนว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการยกระดับความรุนแรงที่อันตราย ซึ่งขัดขวางความพยายามในการสร้างความสงบและลดความตึงเครียด ทั้งยังเป็นการละเมิดหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง
สันนิบาตอาหรับ
อาห์เหม็ด อาบูล เกอิต เลขาธิการสันนิบาตอาหรับ (The League of Arab States) ประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตี UAE ด้วยการใช้โดรนและขีปนาวุธ ซึ่งรวมถึงการใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของ UAE ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการใช้โดรนโจมตีโรงงานน้ำมันในเมืองฟูไจราห์ของ UAE
เลขาฯ สันนิบาตอาหรับ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยุติการรุกรานทั้งหมดที่มุ่งเป้าไปที่ UAE หรือเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซโดยทันที และถือว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการกระทำผิดกฎหมายที่คุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมกับเน้นย้ำว่าความมั่นคงของชาติอาหรับมิอาจแบ่งแยกได้ ตลอดจนแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อ UAE ในการดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน
คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ
จาเซ็ม โมฮาเหม็ด อัลบูไดวี เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ได้ประณามและตำหนิอย่างรุนแรงต่อการโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปที่ UAE โดยย้ำว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐสมาชิก GCC อย่างโจ่งแจ้ง และเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค
เลขาฯ GCC เน้นย้ำว่า การโจมตี UAE เป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้และสมควรถูกประณามในทุกแง่มุม เนื่องจากเป็นการยกระดับความขัดแย้งโดยไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศช่วยกันหยุดยั้งการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่าน ตลอดจนยุติการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบซึ่งบ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคและระหว่างประเทศโดยทันที
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)





