
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าในการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า จากที่กรมประชาสัมพันธ์ ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เห็นว่า สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากมีสงครามในตะวันออกกลาง อีกทั้งช่วงเวลาการแข่งขันต่างจากการจัดแข่งฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว คือ รอบนี้จะถ่ายทอดสดตรงกับเวลาในไทยช่วง 03.00-09.00 น. ทำให้โอกาสที่ร้านอาหารจะขายได้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีไม่มาก ซึ่งราคาที่ FIFA เสนอให้ไทยซื้อ ก็ไม่สามารถอธิบายกับประชาชนได้
“ในครั้งนี้ ไม่มีเอกชนรายใดเป็นผู้สนับสนุนเหมือนบอลโลกครั้งที่แล้ว อาจเป็นเพราะช่วงเวลาในการถ่ายทอดสด รวมถึงการขายโฆษณาก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้รับเงินสนับสนุนจาก กสทช. 1 ก้อน และเอกชนสนับสนุนอีก 1 ก้อน แต่ในปีนี้ไม่มี ซึ่งวันนี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ ครม. เพื่อทำความเห็น ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ” น.ส.ศุภมาส กล่าว
พร้อมระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยราคาค่าลิขสิทธิ์ได้ เนื่องจากเป็นกฏของ FIFA แต่อยากเปรียบเทียบให้เห็นว่า คนไทยมี 70 ล้านคน ในขณะที่ประเทศขนาดใหญ่ ที่มีประชากร 1,000 -1,400 ล้านคน จำนวนมากกว่าไทยถึง 20 เท่า แต่บางประเทศนั้นกลับได้ราคาลิขสิทธิ์ถูกกว่าไทย ส่วนประเทศที่กำลังมีการเจรจา ก็ได้ค่าลิขสิทธิ์ไม่แตกต่างกัน แต่จำนวนประชากรต่างกันกันมาก ดังนั้น เมื่อเฉลี่ยต่อหัวทำให้ค่าลิขสิทธิ์ต่างกัน 20 เท่า รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงภาวะในปัจจุบันที่คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เห็นว่าค่าลิขสิทธิ์ที่เสนอมานั้น ถือว่าราคาค่อนข้างสูง
ส่วนคำแนะนำให้กับคนไทยที่ต้องการดูถ่ายทอดสดบอลโลกนั้น น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนก่อน เพราะมีข่าวว่า FIFA จะมีช่องทางให้คนไปดูได้ แต่ต้องเสียค่าบริการ รวมถึงมีแนวคิดอาจจะมีการถ่ายทอดการแข่งขันในช่วง 10 นาทีแรกของทุกนัด แต่เรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุย ยังไม่มีข้อสรุป อย่างไรก็ตาม ต้องรอติดตามดูว่าจะมีเอกชนรายใดเห็นโอกาสทางธุรกิจ และเข้ามาสนับสนุนการถ่ายทอดฟุตบอลโลกหรือไม่
“ถ้าคนไทยจะได้ดูบอลโลก ต้องเป็นตัวเลขที่เราสามารถอธิบายได้ แต่ถ้าเป็นราคาที่ไม่ยุติธรรม เราขอเก็บเงินไปทำอย่างอื่น” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนจะพับโครงการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหรือไม่นั้น น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เรื่องฟุตบอลโลกนั้น รัฐบาลเองก็ต้องการสนับสนุน เพราะเป็นการปลูกฝังและกระตุ้นเรื่องกีฬาฟุตบอลให้เยาวชนไทย เพียงแต่ขณะนี้อาจจะยังไม่คุ้มค่าพอ คงต้องดูเป็นรายกรณีไป
เมื่อถามย้ำว่าสามารถพูดได้ชัดเจนหรือยังว่า คนไทย “อดดู” ฟุตบอลโลกแล้ว รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “คงต้องดูอีกที หากมีความชัดเจน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงอีกครั้ง”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)





