ขสมก.ส่งสายตรวจพิเศษกระจายประจำจุดตัดรถไฟ ปูพรมตรวจแอลกอฮอล์-สารเสพติด 100%

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยเชิงรุกอย่างเข้มงวด มอบหมายเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษและนายตรวจเขตลงพื้นที่ประจำจุดตัดทางรถไฟ ควบคู่คุมเข้มวินัยพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร

จากกรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 30 ราย โดยในงานแถลงข่าววานนี้ ขสมก. ได้ตอกย้ำถึงมาตรการส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดที่สุด พร้อมทั้งส่งสายตรวจพิเศษลงประจำจุดเสี่ยงบริเวณทางตัดรถไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้รถโดยสารจอดคร่อมทางรถไฟอย่างเด็ดขาด

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า ขสมก. ได้จัดสายตรวจพิเศษ (สตพ.) และนายตรวจเขตลงพื้นที่เข้าปฏิบัติภารกิจประจำจุดตัดถนนกับทางรถไฟที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นมาตรการระยะเร่งด่วนขั้นแรกที่จะสามารถช่วยป้องกันเหตุอันตรายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด

นอกจากนี้ยังกำชับแนวทางปฏิบัติไปยังพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งถือเป็นบุคลากรหัวใจสำคัญที่สุดในการปฏิบัติงาน โดยมุ่งเน้นให้ปฏิบัติหน้าที่และให้บริการต่อพี่น้องประชาชนด้วยความไม่ประมาท ตระหนักถึงความปลอดภัย และเคร่งครัดในการปฏิบัติตามกฎวินัยจราจรอย่างที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่า ขสมก. มีมาตรการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และได้เพิ่มมาตรการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถทุกคน 100% หากตรวจพบว่าพนักงานรายใดฝ่าฝืน หรือมีผลตรวจเป็นพิษ จะมีคำสั่งลงโทษทางวินัยและสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ขับรถทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

สำหรับผู้บาดเจ็บ ผู้อำนวยการ ขสมก. ได้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยมอบของช่วยเหลือให้กำลังใจ และรับฟังความต้องการรวมถึงแจ้งแนวทางการช่วยเหลือ เพื่อเยียวยาในทุกมิติต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)