“พริษฐ์” ขึ้นแท่นปธ.วิปฝ่ายค้าน กาง 3 ภารกิจด่วน ตรวจสอบป.ป.ช.คดีศักดิ์สยาม-ฮั้วเลือกสว.-ที่ดินเขากระโดง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกของวิปฝ่ายค้าน หลังมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีการลงนามตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยกรรมการ อีก 24 คน ที่มาจาก สส.ของพรรคฝ่ายค้าน (พรรคประชาชน 14 คน, พรรคกล้าธรรม 7 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน)

นายพริษฐ์ กล่าวว่า บทบาทของฝ่ายค้าน มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าแต่ละพรรคที่มารวมกันนั้น ก่อนการเลือกตั้งอาจจะมีนโยบายหรือจุดยืนที่แตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าจะหาจุดร่วมกันได้ เพื่อทำตามความคาดหวังของประชาชน คือการตรวจสอบรัฐบาล และเสนอแนะแนวทางที่ดีขึ้นให้กับรัฐบาล

“ระบบการเมืองที่ปราศจากฝ่ายค้าน คือ ระบบการเมืองที่อันตรายมาก จะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถบริหารแบบปราศจากการถูกตั้งคำถาม และการตรวจสอบ” นายพริษฐ์ ระบุ

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบใน 3 ประเด็น ที่เห็นว่ามีความสำคัญในขณะนี้ ได้แก่

คณะกรรมการชุดที่ 1 ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม มุมหนึ่งจะทำคำร้องให้เสร็จในพ.ค. พร้อมยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยสิ่งที่ค้นพบ คือ ป.ป.ช.อาจไม่มีการไต่สวนเลย แต่อาศัยช่องในการบอกว่าตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ไม่พบข้อมูลที่จะดำเนินการต่อ จึงยกคำร้องไป และตอนนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจาก ป.ป.ช. และประเด็นที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ร้องที่ได้ร้องขอเอกสาร ข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินการของ ป.ป.ช.ในคดีนายศักดิ์สยามด้วย ซึ่งจะครบกำหนด 15 วันในปลายสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกัน วันนี้วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือเชิญ ป.ป.ช. มาชี้แจงกระบวนการทำงาน เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง และเพื่อให้คำร้องที่กำลังจัดทำอยู่มีความสมบูรณ์มากขึ้น

คณะกรรมการชุดที่ 2 ตรวจสอบกรณีการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งวันนี้มีภาคประชาชนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม คิดว่าความเร่งด่วนที่สุดของคดีนี้ คือการจับตาท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คาดว่าต้องมีมติภายใน 1 เดือนข้างหน้า ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หลังจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. มีมติว่าควรจะส่งเรื่องต่อไปยังศาล แต่ต่อมา กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติยกคำร้อง

ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านเห็นว่า จากหลักฐานข้อเท็จจริง ทั้งที่ปรากฏต่อสาธารณะและอยู่ในสำนวนเพียงพอที่ กกต. จะส่งเรื่องต่อศาล ซึ่งหากย้อนไป 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเพียงข้อความทางแอปพลิเคชั่น Line กกต. ยังมีมติส่งเรื่องไปยังศาลเลย ดังนั้นในกรณีนี้ที่มีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการลงคะแนนเลือก สว. เส้นทางการเงิน หลักฐานการนัดหมาย กกต. ควรจะส่งเรื่องไปยังศาล

คณะกรรมการชุดที่ 3 ตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ว่าจะใช้กลไกอะไรบ้างนั้น จะต้องให้แต่ละพรรคหารือกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)