สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ เลื่อนโหวตญัตติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงครามอิหร่าน

ผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ตัดสินใจเลื่อนการลงมติญัตติจำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่านออกไปเป็นช่วงต้นเดือนมิ.ย. แม้เดิมมีกำหนดพิจารณาในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ก่อนสมาชิกสภาจะเข้าสู่ช่วงพักประชุมวัน Memorial Day (25 พ.ค.)

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ เดินหน้าญัตติเดียวกัน โดยหลายฝ่ายมองว่า ญัตติในสภาผู้แทนราษฎรมีโอกาสผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากคาดว่าจะมีสมาชิกรีพับลิกันบางส่วนแปรพักตร์ รวมถึงสมาชิกบางรายไม่เข้าร่วมลงมติ

เกรกอรี มีคส์ สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูงในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ผู้นำรีพับลิกันมีคะแนนเสียงเพียงพอที่จะผ่านญัตติได้ โดยก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรได้คว่ำญัตติจำกัดอำนาจทำสงครามมาแล้ว 3 ฉบับในปีนี้ จากการลงมติที่สูสีและได้รับการสนับสนุนเกือบทั้งหมดจากสมาชิกรีพับลิกัน ขณะที่ญัตติล่าสุดไม่ผ่าน หลังคะแนนเสียงออกมาเสมอกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคาร วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านขั้นตอนสำคัญของญัตติจำกัดอำนาจทำสงครามด้วยคะแนนเสียง 50 ต่อ 47 โดยมีสมาชิกรีพับลิกัน 4 รายร่วมกับสมาชิกเดโมแครตเกือบทั้งหมดลงคะแนนสนับสนุน

สมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนเรียกร้องให้ทรัมป์ขออนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนใช้กำลังทางทหาร โดยอ้างบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่กำหนดให้สภาคองเกรสเป็นผู้ประกาศสงคราม พร้อมแสดงความกังวลว่า ทรัมป์อาจพาสหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้งยืดเยื้อโดยไม่มีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สมาชิกรีพับลิกันส่วนใหญ่และทำเนียบขาวยังคงยืนยันว่า การดำเนินการของทรัมป์เป็นไปตามกฎหมาย ภายใต้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุดในการปกป้องสหรัฐฯ ผ่านปฏิบัติการทางทหารแบบจำกัดต่อภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากแบบเฉียดฉิวทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ค. 69)