WASH ดีเดย์เปิดบริการ Delivery ซัก อบผ้า ส่งตรงถึงบ้านวันนี้ ประเดิม 6 จังหวัดในกทม.-ปริมณฑล

บมจ. ลอนดรี้ ยู [WASH] เปิดตัวบริการ Delivery “พี่วัวคู่ใจ ดูแลผ้าให้สะอาด ส่งถึงมือคุณ” ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นการยกระดับความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการซักอบมาตรฐานพรีเมียมของ WashXpress เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ในทุกขั้นตอน

นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง WASH กล่าวว่า การเปิดตัวบริการ Delivery ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางบริการ แต่เป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ Omnichannel ที่เราวางรากฐานมาตลอด นั่นคือการทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง WashXpress ได้ในรูปแบบที่สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเลือกมาที่สาขา หรือสั่งผ่านแอปฯให้ไรเดอร์มารับ-ส่งถึงบ้าน ประสบการณ์ที่ได้รับต้องไม่แตกต่างกัน พร้อมเสริมว่า WASH เชื่อว่า Convenience และ Quality ต้องไปด้วยกัน และมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ซักผ้าที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

บริการ Delivery ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omnichannel ของ WashXpress อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ มุ่งสร้างระบบบริการที่เชื่อมโยงทุก Touchpoint เข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งช่องทาง Offline อย่างสาขาที่ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาใช้บริการได้ด้วยตนเอง ช่องทาง Online และช่องทาง On-demand ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress ที่ให้ลูกค้าติดตามสถานะการซัก สะสมคะแนน และสั่งบริการ Delivery ได้ในที่เดียว กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ WashXpress เข้าถึงลูกค้าได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหรืออยู่ในช่วงเวลาใดของวัน พร้อมมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกันในทุกช่องทางภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

สำหรับบริการ Delivery จาก WashXpress มีรูปแบบการให้บริการ 2 รูปแบบ ได้แก่ บริการส่งอย่างเดียว สำหรับลูกค้าที่นำผ้ามาฝากที่สาขาด้วยตนเองและต้องการให้จัดส่งผ้ากลับถึงบ้านเมื่อเสร็จแล้ว และ บริการรับ-ส่ง ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การรับผ้าถึงหน้าบ้าน ดำเนินการซัก อบ พับตามมาตรฐาน WashXpress ก่อนจัดส่งกลับคืนในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งานทันที ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถใช้บริการได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress โดยไรเดอร์จะเป็นผู้ดำเนินการรับ-ส่งผ้าถึงหน้าบ้าน ทำให้ได้รับทั้งความสะดวกในการสั่งงานผ่านแอปฯเดียว และความน่าเชื่อถือของเครือข่ายไรเดอร์มืออาชีพระดับประเทศ

ในระยะแรก บริการ Delivery เปิดให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครอบคลุมสาขาที่มีบริการซักอบพับรวม 153 สาขา ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร โดยมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศตามลำดับ

จุดเด่นที่ทำให้บริการนี้แตกต่างจากทางเลือกอื่นในตลาดคือความแม่นยำและโปร่งใสในการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress หมดความกังวลที่มักตามมากับการฝากซักผ้านอกสถานที่ อาทิ การติดตามตำแหน่งจัดส่งไม่ได้ การไม่ทราบสถานะขั้นตอน เป็นต้น และด้วยเครือข่ายไรเดอร์ที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ครอบครัว นักศึกษา หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินทาง ต่างสามารถเข้าถึงบริการร้านสะดวกซักครบวงจรคุณภาพระดับ WashXpress ได้อย่างเท่าเทียม ความรวดเร็วของระบบยังช่วยให้ผ้าได้รับการจัดการในเวลาที่คาดการณ์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าที่มีตารางชีวิตแน่น ขณะที่ WashXpress เองยังคงยึดมั่นในโมเดลบริหารสาขาด้วยตนเอง ทำให้สามารถรับประกันมาตรฐานทุกขั้นตอนได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสาขา

WASH ยืนหยัดตามเป้าหมายเปิด WashXpress สาขาใหม่ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตั้งแต่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งล่าสุดได้รุกตลาดภาคเหนือเป็นครั้งแรกด้วยการเปิดสาขาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประชากรกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปี การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ Omnichannel เนื่องจากสาขาแต่ละแห่งทำหน้าที่เป็นทั้ง Service Hub สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการเอง และเป็น Fulfillment Center สำหรับบริการ Delivery อีกด้วย

บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตประมาณ 25% และ SSSG เติบโต 10% ในปี 69 โดยอาศัยจุดแข็งของ Company-Owned Model เป็นแกนขับเคลื่อนหลัก

โดยผลประกอบการไตรมาส 1/69 สะท้อนความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพบนพื้นฐาน Business Model ที่ชัดเจน ทั้งการขยายสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ การเพิ่มบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ค. 69)