
สำนักงานตรวจสอบบริการทางการเงิน (Financial Supervisory Service – FSS) ของเกาหลีใต้ เปิดเผยในวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า เกาหลีใต้เตรียมยกระดับการติดตามดูแลสถาบันการเงินและกองทุนบำเหน็จบำนาญในประเทศที่นำเงินทุนจำนวนมหาศาลไปลงทุนในหนี้ภาคเอกชนต่างประเทศ ท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนกทั่วโลกเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศเริ่มวิตกกังวลต่อความเสี่ยงของกองทุนสินเชื่อภาคเอกชนเหล่านี้มากขึ้น
FSS ระบุในแถลงการณ์ว่า ยอดคงค้างของการลงทุนในสินเชื่อภาคเอกชนโดยกองทุนบำเหน็จบำนาญของเกาหลีใต้และกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล พุ่งขึ้น 55.3% แตะระดับ 25.4 ล้านล้านวอน (1.686 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ณ สิ้นเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับระดับ 16.3 ล้านล้านวอนในปี 2566
FSS เปิดเผยว่า สถาบันการเงินภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มียอดเปิดรับความเสี่ยงในหนี้ภาคเอกชนคิดเป็นมูลค่าราว 30.5 ล้านล้านวอน ณ เดือนก.พ.
นอกจากนี้ FSS ระบุว่า ยอดเปิดรับความเสี่ยงส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้อยู่ในตราสารหนี้ของสหรัฐฯ หรือยุโรป โดยแม้ว่าธนาคารพาณิชย์ในประเทศจะมีการเปิดรับความเสี่ยงที่จำกัดต่อสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับภาคเทคโนโลยี แต่กองทุนที่บริหารโดยรัฐบาลกลับมีการเปิดรับความเสี่ยงในภาคส่วนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนถึง 21.8%
ความเสี่ยงในภาคเทคโนโลยีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากในปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังคุมเข้มการตรวจสอบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมสินเชื่อภาคเอกชน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ กลุ่มนักลงทุนผู้มั่งคั่งได้แห่ถอนเงินออกจากกองทุนสินเชื่อภาคเอกชนยอดนิยม ท่ามกลางความกังวลว่า AI อาจเข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ได้ชะลอแผนการลงทุนมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในกองทุนสินเชื่อภาคเอกชนของตนเองแล้ว
อย่างไรก็ดี FSS ระบุว่าความเสี่ยงจากการลงทุนดังกล่าวยังอยู่ใน “ระดับที่บริหารจัดการได้” โดยชี้ว่าความเสี่ยงด้านสภาพคล่องไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงจนเกินไป พร้อมระบุว่าการเปิดรับความเสี่ยงของสถาบันการเงินเกาหลีใต้ต่อผลิตภัณฑ์สินเชื่อภาคเอกชนนั้น คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งหมด ในขณะที่กองทุนที่บริหารโดยรัฐบาลก็เผชิญความเสี่ยงในระดับที่ใกล้เคียงกัน
ข้อมูลจาก FSS ยังระบุด้วยว่า กองทุนของเกาหลีใต้เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกองทุนปิด ซึ่งหมายความว่านักลงทุนจะไม่สามารถขอไถ่ถอนคืนได้ก่อนครบกำหนดอายุ
ทั้งนี้ ทางหน่วยงานเปิดเผยว่าจะจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยจะพิจารณาจากทิศทางและแนวโน้มของตลาดประกอบกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)





