
ผลสำรวจล่าสุดจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) ร่วมกับพับลิก เฟิร์ส (Public First) บริษัทที่ปรึกษา เผยให้เห็นว่า จีนอาจมีความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่าหลายประเทศ จากทัศนคติเชิงบวกของประชาชนที่มีต่อเทคโนโลยีดังกล่าว
ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีนที่กังวลว่า AI จะทำให้หางานยากขึ้นนั้นมีอยู่ไม่ถึง 10% ขณะที่ประมาณ 1 ใน 3 มองว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยสร้างงานที่ต้องใช้ทักษะสูง
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 96% ระบุว่า ตนเองใช้งาน AI ในที่ทำงานเป็นประจำทุกสัปดาห์ และ 79% เห็นว่า มหาวิทยาลัยควรสอนให้นักศึกษาสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พับลิก เฟิร์ส ระบุในแถลงการณ์ว่า แม้ทั่วโลกจะมีความกังวลเกี่ยวกับ AI แต่ชาวจีนจำนวนมากยังเชื่อว่า AI จะช่วยสนับสนุนทักษะแห่งอนาคตและงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ ผลสำรวจล่าสุดยังสะท้อนให้เห็นว่า ชาวจีนไม่เพียงใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย แต่ยังมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการใช้ AI ในการทำงาน การศึกษา และพัฒนาทักษะในอนาคต
การเปิดเผยผลสำรวจล่าสุดนี้มีขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานที่เริ่มเพิ่มขึ้นในจีนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อต้นเดือนพ.ค. ศาลจีนมีคำตัดสินว่า การที่บริษัทแห่งหนึ่งเลิกจ้างพนักงานเพื่อหันไปใช้เครื่องมือ AI ที่มีต้นทุนต่ำกว่านั้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะที่ที่ปรึกษาภาครัฐบางส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลจีนกำหนด “เส้นแดง” เพื่อเป็นแนวทางกำกับดูแลการพัฒนาอุตสาหกรรม AI
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)





