ผู้ว่าธปท.เตือนเร่งเครือซีพีหาทางออก หลังผถห.CPALLมีมติไม่โอนธุรกิจเข้า Virtual Bank

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีผู้ถือหุ้นบมจ.ซีพีออลล์ [CPALL] มีมติไม่เห็นชอบให้นำบริษัทในเครือที่เป็นธุรกิจการเงินและการชำระเงินเข้าไปอยู่กลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (AMCH) ซึ่งเป็นบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) ว่า การกำหนดให้ Real Sector มาขอใบอนุญาต Virtual Bank เป็นเกณฑ์เดิมที่ต้องให้โอนรวมธุรกิจที่มีใบอนุญาตจาก ธปท. มารวมอยู่ด้วยกันทั้งหมด

ในกรณีนี้มีใบอนุญาต 3 ราย ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด และซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มีส่วนของการชำระเงิน ซึ่งตามเกณฑ์ต้องโอน 3 ธุรกิจเข้ามาใน Virtual Bank แต่ถ้าหากทำไม่ได้จะมีทางเลือกให้หลายทาง เช่น การลดสัดส่วนถือหุ้นเพื่อไม่ให้เกิดการครอบงำ หรือคืนใบอนุญาต แต่ถ้าทำไม่ได้ ธปท.จะพิจารณา เสนอความเห็นกระทรวงการคลัง

นายวิทัย กล่าวว่า ตามกำหนด Virtual Bank ต้องเปิดบริการในวันที่ 19 มิ.ย.69 แต่หากยังไม่สามารถเปิดได้ให้เลื่อนออกไปอีก 1 ปี โดยยืนยันยังไม่มีธงว่าให้หรือไม่ให้ ต้องดูเหตุผลและความพร้อม ซึ่งมีหลายเงื่อนไขไม่ได้มีเงื่อนไขเดียว

ส่วนกรณีมีคนกังวลว่า Virtual Bank จะทำให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงนั้น ในเรื่องนี้ Virtual Bank เป็นเจตนาดีของธปท.ที่มีความตั้งใจเบื้องต้นให้กลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำที่เข้าถึงสินเชื่อยาก เพราะไม่มีหลักฐานบัญชีเงินเดือน (Pay Roll) เช่น พ่อค้าแม่ค้า ขับรถรับจ้าง เด็กเสิร์ฟบริการทั่วไป ขายสินค้าออนไลน์ ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ โดยยอมรับหนี้ครัวเรือนเพิ่ม แต่ไปเพิ่มจากของหนี้นอกระบบให้เข้ามาในระบบ

“นักเศรษฐศาสตร์บางทีอาจไม่เข้าใจ หนี้ครัวเรือนปัจจุบัน 87% ของจีดีพี หรือ 16 ล้านล้านบาท ถ้าคิด Virtual Bank 1 ราย เช่น สมมุติปล่อยสินเชื่อ 3 หมื่นบาทต่อรายซึ่งอาจต่ำกว่านี้ ปล่อย 1 ล้านราย เท่ากับ 3 หมื่นล้านบาท เทียบกับหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท ก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบคุณออกมาเตือน และให้เราต้องระมัดระวัง”

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มิ.ย. 69)