JSP เปิดแผน JUMP+ ปั๊มรายได้ 3 ปีพุ่ง 1,540 ลบ.วางยุทธศาสตร์หลักเล็งชิงเค้กตลาดยาแสนล้านรับสังคมสูงวัย

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ Group CEO บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) [JSP] เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงานระยะ 1-3 ปี โดยตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2571 อยู่ที่ 1,540 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี และผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 42% จาก 40% ในปี 2568 ผ่านการยกระดับศักยภาพธุรกิจในทุกกลุ่มธุรกิจ

JSP มองว่าธุรกิจเกี่ยวข้องกับสุขภาพถือเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตได้แม้ภาวะเศรษฐกิจจะเปราะบางโดยเฉพาะในปัจจุบันที่โครงสร้างประชากรก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะยาว สอดคล้องกับข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่ระบุว่า ในปี 2576 จะมีประชากรมีอายุมากกว่า 60 ปี มากกว่า 30% ของประชากรทั้งหมด

ขณะเดียวกัน Euromonitor คาดการเติบโตมูลค่าตลาดยา,อาหารเสริมของไทย เติบโต 6-8% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดยาของไทย ณ ปี 2568 อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ในขณะที่รายได้ของบริษัทปี 2568 ที่ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด ไม่ถึง 1% สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตที่ยังเปิดกว้างอีกมากในอนาคต

สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงปี 69-71 บริษัทวาง 6 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย

1. ยกระดับแบรนด์ของบริษัท มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “สุภาพโอสถ” เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งรายได้หลักที่มีอัตรากำไรสูง ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ล่าสุดบริษัทลุยแผนการตลาด Out of Home Media เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้แบรนด์สุภาพโอสถ โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางป้ายบิลบอร์ด 17 ป้าย อาทิ ทางออกสุวรรณภูมิ และตึกใบหยก เพื่อสร้างการรับรู้ของคนกรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

2. ขยายธุรกิจ OEM อย่างต่อเนื่อง โดยรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมเพิ่มลูกค้าใหม่ผ่านการยกระดับงานวิจัยและพัฒนา มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและกระจายความเสี่ยงด้านรายได้

3. ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศเป้าหมายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน อินเดีย เวียดนาม และกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคในอนาคต

4. ขยายธุรกิจตลอดห่วงโซ่มูลค่า โดยต่อยอดศักยภาพของบริษัทในเครือ ได้แก่ Caresutic , CDIP และ Grace Water Med (GWM) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

5. สร้างการเติบโตผ่านการลงทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจสุขภาพที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร เพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

6. ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารต้นทุน ผ่านการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มิ.ย. 69)