หุ้นไทยปิดร่วง 20.92 จุด รับแรงเทขายบิ๊กแคป ผวาเฟดตรึงดอกเบี้ยสูง-ตะวันออกกลางผันผวน

ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,561.68 จุด ลดลง 20.92 จุด (-1.32%) มูลค่าซื้อขาย 68,963.16 ล้านบาท

การซื้อขายวันนี้ดัชนีปรับตัวลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยทำจุดต่ำสุด 1,558.97 จุด และจุดสูงสุด 1,576.58 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 119 หลักทรัพย์ ลดลง 371 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 167 หลักทรัพย์

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับลงทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยแรงขายกระจายตัวในหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มที่ราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ทั้งกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โรงไฟฟ้า กลุ่มโรงแรมและสายการบิน รวมทั้งกลุ่มแบงก์ก็เผชิญแรงขายด้วยเช่นกัน

ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจจะไม่ได้ปรับลดลงอย่างที่เคยคาดไว้

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกลางยังมีความไม่แน่นอนและค่อนข้างผันผวน ทำให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดยังมีความกังวลทิศทางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และจะมีผลต่อการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศต่างๆ

แนวโน้มพรุ่งนี้ยังมีความไม่แน่นอน หากมีข่าวที่เป็นปัจัยบวกที่เกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันอออกลางก็อาจทำให้ดัชนีรีบาวด์ได้ และต้องติดตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐคืนนี้ด้วยเช่นกัน โดยให้แนวต้าน 1,580 จุด แนวรับ 1,550 จุด

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

GULF มูลค่าการซื้อขาย 6,329.37 ล้านบาท ปิดที่ 64.50 บาท ลดลง 2.50 บาท

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 5,890.75 ล้านบาท ปิดที่ 338.00 บาท ลดลง 5.00 บาท

BBL มูลค่าการซื้อขาย 3,340.96 ล้านบาท ปิดที่ 170.00 บาท ลดลง 4.50 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,267.16 ล้านบาท ปิดที่ 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,822.96 ล้านบาท ปิดที่ 200.00 บาท ลดลง 1.00 บาท

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 มิ.ย. 69)