
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชนและนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการสอบสวนกรณีที่อธิบดีกรมการปกครองมีภาพแชตไลน์หลุดสั่งผู้ว่าฯภูเก็ต “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงเลือกตั้ง สส. เพื่อตรวจสอบกระบวนการแทรกแซงอำนาจรัฐ
นายวิโรจน์ ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน Get Contact พบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีไลน์ดังกล่าวถูกบันทึกชื่อเป็นอธิบดีกรมการปกครอง และข้อความในแชตมีการโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่องเป็นปกติ
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบย้อนหลังไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดทั่วประเทศ เนื่องจากอธิบดีกรมการปกครองมีเครือข่ายบังคับบัญชาครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อพิสูจน์ว่ามีการสั่งการในลักษณะเดียวกันนี้ในจังหวัดอื่นด้วยหรือไม่ ซึ่งหากเป็นจริงจะถือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการเลือกตั้งและเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 172 ของพ.ร.ป. ป.ป.ช.
นายวิโรจน์ ระบุว่า หากแชตนี้เป็นเรื่องจริง จะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของระบอบสีน้ำเงินที่แทรกซึมการเลือกตั้ง หากกกต.ไม่ทำอะไรหรือดึงเรื่องถ่วงเวลา เพื่อปกป้องไม่ให้กระบวนการสอบสวนดำเนินการไปอย่างราบรื่น กกต.ก็ยิ่งถูกสังคมสงสัยว่า ถูกระบอบสีน้ำเงินครอบงำไปแล้วหรือไม่ อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการอย่างรวดเร็วอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้มีหลายคนบอกตนว่า อาจเป็นเพราะผู้สนับสนุนคนสำคัญของอธิบดีกรมการปกครอง คือ “เจ้าของปราสาทสายฟ้า” ที่นายกรัฐมนตรีเกรงใจ
ดังนั้น ทั้งกกต.และป.ป.ช.จึงต้องพิสูจน์ความจริงใจเรื่องนี้ เพราะสังคมกำลังกังวลเรื่องระบอบสีน้ำเงิน รวมถึงล่าสุดประธานวุฒิสภา ถึงกับกราบขอโทษรัฐมนตรีกลางสภา จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า หากสว. อยู่ใต้ระบอบสีน้ำเงินและองค์กรอิสระต้องผ่านการเห็นชอบขั้นสุดท้ายจากสว. ก็จะกลายเป็นองค์กรอิสระสีน้ำเงิน ไปจนถึงศาลรัฐธรรมนูญก็อาจถูกกล่าวหาได้ว่าเป็นศาลสีน้ำเงิน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มิ.ย. 69)





