Asics จ่อสปินออฟ Onitsuka Tiger ตั้งบ.ใหม่ลุยตลาดโลก ดันหุ้นพุ่งรับแผนขยายสาขาใหญ่

แอซิคส์ (Asics) ยักษ์ใหญ่เครื่องกีฬาของญี่ปุ่นประกาศในวันนี้ (10 มิ.ย.) ว่า มีแผนจะสปินออฟแยกธุรกิจแบรนด์ดัง “โอนิซึกะ ไทเกอร์” (Onitsuka Tiger) ออกไปจัดตั้งเป็นบริษัทย่อยแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก หลังแบรนด์รองเท้าสไตล์เรโทรรายนี้ขึ้นแท่นเป็นขุมพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของบริษัทจนทุบสถิติสูงสุดติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน ส่งผลให้ราคาหุ้นของแอซิคส์พุ่งขึ้นเกือบ 2% สวนทางกับภาพรวมของตลาดหุ้นโตเกียว

โครงสร้างการจัดตั้งบริษัทใหม่ในครั้งนี้ แอซิคส์จะทำการโอนย้ายธุรกิจโอนิซึกะ ไทเกอร์ ทั้งหมดไปยัง โอที กรุ๊ป (OT Group) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่แอซิคส์ถือหุ้นทั้งหมด 100% ผ่านกระบวนการแยกกิจการ โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า ทั้งนี้ ยาสุฮิโตะ ฮิโรตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอซิคส์ ยืนยันในงานแถลงข่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะนำ โอที กรุ๊ป เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) แต่อย่างใด

สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์รองเท้าอายุเกือบ 80 ปีรายนี้ต้องแยกตัวออกมา เนื่องจากโอนิซึกะ ไทเกอร์ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในปีบัญชีที่สิ้นสุด ณ เดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ยอดขายพุ่งทะยานขึ้นถึง 43% แตะระดับ 1.365 แสนล้านเยน (ราว 851 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดยุโรป กระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น และปัจจัยหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่า ส่งผลให้ธุรกิจนี้ทำอัตรากำไรสูงเกือบ 38% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในบรรดา 5 กลุ่มธุรกิจหลักของแอซิคส์

การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ส่งผลเชิงบวกต่อตลาดทุนทันที โดยราคาหุ้นของแอซิคส์ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวปรับตัวขึ้นเกือบ 2% สวนทางกับดัชนี TOPIX ที่ปรับตัวลง 0.7% ทั้งนี้ มูลค่าหุ้นของแอซิคส์ทะยานขึ้นมาแล้วถึงราว 7 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงถึงราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ ทัตสึโนริ คาวาอิ หัวหน้านักกลยุทธ์จาก Mitsubishi UFJ eSmart Securities ที่วิเคราะห์ว่า การสปินออฟเป็นทางออกในอุดมคติสำหรับบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากองค์กรที่ใหญ่เกินไปมักเผชิญปัญหาการตัดสินใจที่ล่าช้าจากขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อน ประกอบกับโอนิซึกะ ไทเกอร์ มีฐานลูกค้าและจุดยืนของแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นเอกเทศอยู่แล้ว การแยกตัวครั้งนี้จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อธุรกิจหลักของแอซิคส์

ในส่วนของแผนการดำเนินงานของบริษัทใหม่ เรียวจิ โชดะ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอของ โอที กรุ๊ป เปิดเผยแผนเชิงรุกว่า แบรนด์เตรียมแก้ปัญหาข้อจำกัดเรื่องความแออัดของหน้าร้านที่ทำให้ลูกค้าเข้าใช้บริการได้ไม่เต็มที่ ด้วยการลุยเปิด “แฟล็กชิปสโตร์ขนาดใหญ่” ทั่วโลก โดยปักหมุดเปิดสาขาที่ใหญ่ที่สุดในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว ในวันที่ 10 ก.ค. นี้ ตามด้วยเมืองนาโงยะในเดือนส.ค. และมีแผนขยายสาขาไปยังเมืองใหญ่ระดับโลกอย่าง มิลาน โซล และลอสแอนเจลิส ภายในปีหน้าอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้สอดคล้องกับรายงานเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งแอซิคส์ได้คาดการณ์ไว้ว่า ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจะยังคงทำกำไรทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องอีกครั้งในปีนี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)