
นายวิจิตร เตชะเกษม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟิลเตอร์ วิชั่น [FVC] กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ว่า บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อนกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) ซึ่งกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้าคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้บริษัทฯ จะมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าว พร้อมสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลัง เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
พร้อมกันนี้ยังวางกลยุทธ์เชิงรุกในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคารุนแรงและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่
กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) : ใช้กลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ควบคู่กับการเจาะตลาด OEM ในส่วนภูมิภาค รวมทั้งเน้นงานโครงการระยะสั้นที่บริหารโดยทีมงานภายในเพื่อควบคุมคุณภาพและต้นทุน นอกจากนี้เพื่อต่อยอดความสำเร็จ จากปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้เปลี่ยนฐานลูกค้าที่หมดระยะรับประกัน ให้กลายเป็นสัญญาบริการ PM และ Service เพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้ประจำที่ยั่งยืน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว
ล่าสุดมีคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่ม Trading จากลูกค้าแล้ว 16 คำสั่งซื้อ มูลค่ารวม 3.49 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยส่งมอบแล้วเสร็จได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2569 รวมถึงงานติดตั้งระบบตู้ทำน้ำร้อน-น้ำเย็น พร้อมระบบกรองรวม 4 โครงการ มูลค่า 1.96 ล้านบาท โดยทยอยส่งมอบและติดตั้ง แล้วเสร็จไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 4 ของปีนี้
ธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) : กลุ่มธุรกิจ B2 ลูกค้าผู้ประกอบการร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรม กลับมาดำเนินธุรกิจในสภาวะปกติ ทำให้บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์กับความต้องการฐานลูกค้าเดิม พร้อมเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ Segment ใหม่ และพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบงานซ่อมบำรุงรักษามาตรฐานการเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร นอกจากนี้ยังคงมุ่งเน้นรักษามาตรฐานบริการหลังการขายแบบ Total Solutions Provider ให้ลูกค้าสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันบริษัทฯ มีรายได้หมุนเวียนหลักลักษณะ Recurring Income จากงานซ่อมบำรุงประเภท Preventive Maintenance (PM) ซึ่งลักษณะลูกค้าจะทำสัญญาต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับสัญญางาน PM จากลูกค้าหลายราย พร้อมยังคงรักษาฐานลูกค้า เพื่อสร้างฐานรายได้ให้เติบโตอย่างมั่นคง
กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) : บมจ. เคที เมดิคอล เซอร์วิส KTMS บริษัทฯวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม 4-7 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวต้องพิจารณาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน
ขณะที่บริษัท เนโฟร วิชัน จำกัด เตรียมเพิ่มเครื่องไตเทียมอีก 1 – 2 เครื่อง ภายในไตรมาส 2/69 ด้านบริษัท เออร์วิง คอร์ปอเรชัน จำกัด ล่าสุดมีคำสั่งซื้อติดตั้งระบบน้ำจากลูกค้าแล้ว 11 โครงการ มูลค่ารวม 4.68 ล้านบาท โดยคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569 และบริษัท เมดิคอล วิชัน จำกัด ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตั้งระบบท่อลมรับ-ส่งสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ 2 โครงการ มูลค่า 3.18 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2569
กลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) : โครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน)1 จะดำเนินการโอนกรรมสิทธิที่ดิน ตามเงื่อนไขของสัญญาจะซื้อจะขาย และสำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) 2 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินการพัฒนาโครงการ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการรวม 531.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252.69 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90.61 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ มีรายได้ 17.21 ล้านบาท ,กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย รายได้ 95.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.95 % (YoY),กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ ทำรายได้ 174.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17 % (YoY) และ ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร มีรายได้ 243.77 ล้านบาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)





