
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ได้ตั้งกระทู้ถามนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์กรณีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) นำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอจากสหรัฐอเมริกาจำนวน 1 ล้านตัน ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) และภาษีอัตราศูนย์เปอร์เซ็นต์ โดยแสดงความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อราคาข้าวโพดที่เกษตรกรไทยผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด รวมถึงยังมีความเสี่ยงจากการรั่วไหลของเมล็ดข้าวโพดจีเอ็มโอเข้าสู่ระบบการเพาะปลูก ซึ่งประชาชนและเกษตรกรมีความกังวลเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ประมาณ 9 ล้านตันต่อปี ขณะที่สามารถผลิตได้เพียงประมาณ 5 ล้านตัน และปี 2569 คาดว่าจะผลิตได้ราว 5.36 ล้านตัน ทำให้ยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา การนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบ AFTA ประมาณ 1.4 ล้านตันในปี 2568 ส่งผลให้ราคาข้าวโพดภายในประเทศปรับลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท ที่ความชื้น 30%
โดยได้สอบถามใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การประเมินผลกระทบต่อราคาข้าวโพดในประเทศและแนวทางกำหนดช่วงเวลาการนำเข้า มาตรการป้องกันการรั่วไหลของข้าวโพดจีเอ็มโอเข้าสู่ระบบเพาะปลูก และมาตรการเยียวยาหรือช่วยเหลือเกษตรกรหากราคาข้าวโพดภายในประเทศตกต่ำจากผลกระทบของการนำเข้า
ด้านนางศุภจี ชี้แจงว่า การนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ของประเทศไทยยังดำเนินการภายใต้กรอบ WTO และ AFTA โดยมีการควบคุมปริมาณนำเข้ารวมอย่างเข้มงวดไม่ให้เกิน 1.7 ล้านตัน จะไม่มีการเพิ่มหรือขยายโควตานำเข้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สำหรับการลงนามข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯนั้น เป็นการสร้างทางเลือกในการบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านอาหารและป้องกันภาวะขาดแคลนในระบบ พร้อมช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และราคาสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดูแลค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)





