หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้นรับความคาดหวังสงครามตอ.กลางยุติ ราคาน้ำมันร่วง-บอนด์ยีลด์ย่อหนุน

นักวิเคราะห์ฯ เผยแนวโน้มหุ้นไทยเช้านี้คาดปรับขึ้น รับความคาดหวังความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยุติลงได้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า อิหร่านและสหรัฐฯ อาจลงนามข้อตกลงสันติภาพได้ในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง ลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และบอนด์ยีลด์ย่อตัวลงมาเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ให้แนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,590 – 1,595 แนวต้านถัดไป 1,610 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาด

หุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นรับปัจจัยหนุนหลักความหวังสงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มจะยุติลงได้ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศยกเลิกการขู่โจมตีทางทหารต่ออิหร่าน พร้อมทั้งแสดงท่าทีว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามร่วมกันได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอลงนามในข้อตกลงร่วมกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่ยุโรป

ปัจจัยเชิงบวกดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้รีบาวด์กลับขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง หลังจากปรับฐานลงไปในวันก่อนหน้า นอกจากนี้ ความตึงเครียดที่ผ่อนคลายลงยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงตามไปด้วย ช่วยลดความกังวลและแรงกดดันต่อเงินเฟ้อลงชั่วคราว ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (บอนด์ยีลด์) ย่อตัวลงมาและดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ภาพรวมทั้งหมดนี้เป็นตัวช่วยกระตุ้นภาวะการลงทุน Risk-on ในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ และสร้างเซนติเมนต์เชิงบวกให้แก่ Emerging Market รวมถึงตลาดหุ้นไทยในวันนี้

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนนี้ ประเมินว่าผลที่ออกมาเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้ว่าแนวโน้มเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจหรือส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่านักลงทุนรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะสัญญาณและถ้อยแถลงของประธานเฟดคนใหม่ว่าจะมีท่าทีต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไร

โดยให้แนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,590 – 1,595 แนวต้านถัดไป 1,610 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (11 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,848.75 จุด เพิ่มขึ้น 929.97 จุด หรือ +1.86%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,394.30 จุด เพิ่มขึ้น 127.31 จุด หรือ +1.75% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,809.66 จุด เพิ่มขึ้น 640.16 จุด หรือ +2.54%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลบ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 65,176.23 จุด เพิ่มขึ้น 958.96 จุด หรือ +1.49%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,501.50 จุด เพิ่มขึ้น 252.21 จุด หรือ +1.04% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,017.86 จุด เพิ่มขึ้น 30.85 จุด หรือ +0.77%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (11 มิ.ย.) 1,572.32 จุด เพิ่มขึ้น 8.73 จุด (+0.56%) มูลค่าซื้อขาย 52,253.75 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (11 มิ.ย.) 29.37 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค. (11 มิ.ย.) ลดลง 2.32 ดอลลาร์ หรือ 2.58% ปิดที่ 87.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (11 มิ.ย.) อยู่ที่ 21.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.78 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนค่า คาดหวังสงครามตอ.ใกล้ได้ข้อยุติ
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า เขาได้ประกาศยกเลิกการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดไว้ในวันนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากการหารือกับอิหร่านได้รับความเห็นชอบจากหลายชาติแล้ว นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านจะยังคงมีผลบังคับใช้ จนกว่าข้อตกลงจะเสร็จสมบูรณ์
  • คลัง-ตลท.-FETCO ปลุกตลาดหุ้นครั้งใหญ่ วางไทยเป็น “Safe Haven” ดูดเงินนักลงทุนทั่วโลก เร่งถก TISA เคลียร์เกณฑ์ลงตัวเกิน 80-90% ก่อนดันเข้าครม.เร็วๆ นี้ พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการ Fiscal Space เพิ่มสิทธิประโยชน์ ค่าลดหย่อนภาษี หวังปั๊มดีมานด์เข้าตลาดหุ้น “ไพบูลย์” ประธาน FETCO ชี้ ตลาดทุนไทยต้องพร้อมรับวัฏจักรลงทุนครั้งใหญ่รอบใหม่ เล็งจับมือคลังผลักดันอินฟราฟันด์ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
  • “ดีอี” เล็งปรับสัญญา TH-AI Passport แบบจ่ายตามใช้จริง เพื่อลดความเสี่ยงภาครัฐเสียเปรียบ และเตรียมเปิดระบบให้ทดลองใช้ก่อนเปิดบริการจริงเต็มรูปแบบ ก.ค.69
  • กกพ.เปิดเฮียริ่ง “โซลาร์ภาคประชาชน” กว่า 500 เมกะวัตต์ อัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี บล.กรุงศรี มองเป็นบวกต่อหุ้นเกี่ยวข้องโซลาร์รูฟท็อปอย่าง “กัลฟ์” และ “กันกุล” สะท้อนนโยบายรัฐเร่งเปิดเสรีไฟฟ้าภาคประชาชน สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ตลอดห่วงโซ่
  • แบงก์ชาติ’ การันตีเงินบาทไทยยังมีเสถียรภาพ ยันยังไม่ต้องมีประชุม กนง.นัดพิเศษ ย้ำเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอนสูง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำบริบทโลกเปลี่ยน มองผู้กำหนดนโยบายต้องปรับให้สอดคล้อง
  • ต้นทุนพุ่งป่วนเอกชนเริ่มปลดแรงงาน ฉุดดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือน พ.ค.69 ทรุดทุกรายการ ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคดิ่งหนักสุดรอบ 3 ปีครึ่ง ด้าน “พาณิชย์” เผยรับได้หมูขึ้นโลละ 4 บาท ชี้สอดคล้องต้นทุนผลิต

หุ้นเด่นวันนี้

  • BA (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.10 บาท คงมุมมองเชิงบวกต่อ Demand ตลาดท่องเที่ยวพรีเมียมรวมถึงสมุยจะช่วยรักษาระดับ Passenger Yield รวมถึงผลบวกจากการเพิ่มเที่ยวบิน นอกจากนี้การมีธุรกิจสนามบินจะช่วยลดความผันผวนและเพิ่มคุณภาพของกำไรในระยะยาว ระยะสั้นคาดกำไรไตรมาส 2/69 จะลอตัวเหลือ 178 ลบ. จาก Low Season แต่คาดว่าจะฟื้นตัวแรงในไตรมาส 3/69 จาก High Season ของสมุย ได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลง ขณะที่ Dividend Yield น่าสนใจราว 6-8% ต่อปีในช่วงปี 69-71
  • GULF (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 67.0 บาท เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคของไทยทมี่แนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดการเติบโตในไตรมาส 2/69 โดดเด่นจากรายได้ปันผล รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากโครงการ Jackson Generation ในสหรัฐฯ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกัน GULF ยังอยู่ในช่วงการสร้างการเติบโตระยะยาวจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI ผ่านการลงทุนและพัฒนา Data Center ช่วยวางตำแหน่งให้บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์เชิงโครงสร้างจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ AI และ Hyperscale Data Center ในประเทศไทยในช่วงหลายปีข้างหน้า
  • NTF (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท ประเมิน Sentiment บวกจากการประชุมผู้ถือหุ้นวันนี้ขออนุมัติออกหุ้นกู้เตรียม Working cap เพิ่มยอดส่งออกทุเรียน ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 จะโตเด่น YoY QoQ จากเป็น High season ทุเรียนภาคตะวันออก และเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้นจากการ IPO ขณะที่วันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นขออนุมัติออกหุ้นกู้วงเงิน 900 ล้านบาทเสริมเงินทุนหมุนเวียนสำหรับช่วง High season ทุเรียนภาคใต้ไตรมาส 3 และเตรียมสะสมทุเรียนตกเกรด (ไม่สวย/แต่เนื้อดี) เพื่อทำทุเรียนแช่แข็งเตรียมไว้ส่งออกช่วง Low season (4Q-1Q) Valuation ถูก ราคาหุ้นพักฐานแรงจน Forward PE ต่ำเพียง 6.4 เท่า ขณะที่คาดกำไรไตรมาส 2/69 จะทำจุดสูงใหม่และไตรมาส 3/69 คาดจะโตเด่น YoY

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)