
SET ปิดเช้าที่ 1,589.03 จุด ลดลง 2.69 จุด (-0.17%) มูลค่าซื้อขายราว 39,884 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ระบุหุ้นไทยภาคเช้าแกว่งตัวออกข้าง เผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังตลาดซึมซับข่าวดีประเด็นสหรัฐฯ-อิหร่านเตรียมลงนาม MOU ยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซวันศุกร์นี้ ขณะที่ดัชนี Sector Rotation ขายหุ้นพลังงาน-อิเล็กทรอนิกส์ โยกเข้ากลุ่ม Laggard แนวโน้มบ่ายนี้คาดแกว่งตัวต่อในกรอบแนวรับ 1,585 จุด และแนวต้าน 1,595 – 1,600 จุด แนะจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดคนใหม่
- ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,589.03 จุด ลดลง 2.69 จุด (-0.17%) มูลค่าซื้อขายราว 39,884 ล้านบาท
- การซื้อขายภาคเช้าแกว่งออกข้าง เคลื่อนไหวแดนบวกและลบ โดยทำจุดสูงสุด 1,596.23 จุด และจุดต่ำสุด 1,586.14 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวออกข้าง หลังจากที่หลายสัปดาห์ก่อนหน้าปรับตัวขึ้นมาตอบรับความคาดหวังสงครามในตะวันออกกลางคลี่คลายไปพอสมควร ส่งผลให้ประเด็นที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามแล้ว และช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้มีการเดินเรืออย่างสมบูรณ์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ ตลาดหุ้นไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงเนื่องจากเกิดแรงขาย Sell on Fact
อีกทั้งเช้านี้มีภาพ Sector Rotation ออกจากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้า อาทิ พลังงาน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เข้าสู่หุ้นที่ยัง Laggard เช่น ไฟแนนซ์ ค้าปลีก และอาหาร ทั้งนี้ตลาดรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยตลาดคาดว่าคงอัตราดอกเบี้ย แต่จับตาถ้อยแถลงครั้งแรกของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ว่าจะส่งสัญญาณต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไร ซึ่งปัจจุบันตลาดมองโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ลดลงต่ำกว่า 60%
สำหรับแนวโน้มช่วงบ่าย คาดดัชนีแกว่งออกข้างต่อ โดยประเมินกรอบแนวรับไว้ที่ 1,585 จุด และแนวต้านที่ 1,595 – 1,600 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,940.42 ล้านบาท ปิดที่ 354.00 บาท ลดลง 7.00 บาท
- SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,119.74 ล้านบาท ปิดที่ 142.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
- KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,109.95 ล้านบาท ปิดที่ 35.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,959.26 ล้านบาท ปิดที่ 135.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
- KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,869.92 ล้านบาท ปิดที่ 205.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)





