ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งในกรอบ ขานรับ S&P คงเรทติ้งไทยหนุน Sentiment-รอปัจจัยใหม่

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ โดยที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนตลาดหุ้นในช่วงนี้ หลังจากที่ตลาดรับรู้ข่าวการลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านไปแล้ว ประกอบกับรับข่าวของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไปแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยอาจตอบรับปัจจัยหนุนจากการที่ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ BBB+ และยังมีมุมมองเสถียรภาพ ทำให้เป็น Sentiment บวก

โดยให้แนวต้าน 1,595-1,600 จุด แนวรับ 1,575 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (18 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,564.70 จุด เพิ่มขึ้น 72.15 จุด หรือ +0.14%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,500.58 จุด เพิ่มขึ้น 80.48 จุด หรือ +1.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,517.93 จุด เพิ่มขึ้น 496.28 จุด หรือ +1.91%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 6971,551.03 จุด เพิ่มขึ้น 497.54 จุด หรือ +0.70% ส่วนตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลแข่งเรือมังกร
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (18 มิ.ย.) 1,585.06 จุด ลดลง 2.01 จุด (-0.13%) มูลค่าซื้อขาย 68,106.91 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (18 มิ.ย.) 2,019.56 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค. (18 มิ.ย.) ลดลง 19 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่ 76.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 มิ.ย.) อยู่ที่ 11.53 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.78 แนวโน้มผันผวนทิศทางอ่อนค่า คาดกรอบวันนี้ 32.65-32.90 จับตาประชุม BoE
  • ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 71.9% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 28.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75%
  • S&P คงอันดับเครดิตประเทศไทยที่ BBB+ มุมมอง Stable ด้าน “อัสสเดช” ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยหนุนเงินทุนเข้าหุ้นไทย ส่วนสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำเอ็มโอยูคลายตึงเครียด ส่งผลราคาน้ำมันอ่อนตัว บวกต่อหุ้น Domestic Play และกลุ่มบริโภคในประเทศ
  • ผู้นำสหรัฐ-อิหร่าน ลงนาม หยุดยิง 17 มิ.ย.นักวิเคราะห์คาดไม่น่าตกลงกันได้ ใน 60 วัน ชี้อิหร่านถือไพ่เหนือกว่าสหรัฐ ในการเจรจาข้อตกลงสุดท้าย วิเคราะห์ “สหรัฐ” ได้อะไรจากสงคราม ชี้น้ำมันสหรัฐขายดีขึ้น “รัฐบาลไทย” จับตาผลเจรจา 60 วัน เบื้องต้น หนุนบรรยากาศลงทุนดีขึ้น
  • “ไทยบีเอ็มเอ” เผย “หุ้นกู้บริษัทขนาดใหญ่” ความน่าเชื่อถือ ระดับสูง และบริษัทลูกที่มีบริษัทแม่แข็งแกร่ง ดัน “ยอดออกใหม่” ล่าสุดทะลุ 3.5 แสนล้าน ไล่บี้สถิติปีก่อน ชี้เป็นสัญญาณฟื้นตัวของตลาด พร้อมล็อกต้นทุน รับ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” คงเป้ายอดออกทั้งปี 69 แตะ 9 แสนล้าน
  • “เอกนัฏ” พับแผนปรับขึ้นค่าไฟบ้านที่ใช้เกิน 400 หน่วย หันมารีด “Data Center” แทน พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า 15 ล้านครัวเรือน ที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือนเหลือ 3 บาท คาดเสนอ ครม.ภายในเดือน มิ.ย.หรือไม่เกินเดือน ก.ค.นี้
  • กนอ.ลุยศึกษาตั้ง “นิคมฯ เกษตรมูลค่าสูงสุพรรณ บุรีฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ยกระดับ ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
  • รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า แนวทางการเดินหน้าระบบตั๋วร่วมให้สามารถเริ่มได้ตามเป้าหมายเดือนม.ค.2570 จะเดินหน้าเจรจาเอกชนผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าในแต่ละสัญญาเพื่อเจรจาค่าแรกเข้าและส่วนแบ่งรายได้จากปริมาณผู้โดยสารส่วนเกินที่เอกชนต้องคืนให้ภาครัฐ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้โครงการเดินหน้าได้เร็วกว่าการซื้อสัมปทานคืนที่ใช้เงินจำนวนมากระดับแสนล้านบาทและอาจจะต้องระดมทุนผ่านอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์
  • “สิริพงศ์” บอกขยับปรับ ครม. ภูมิใจไทย ไร้ไทม์ไลน์ชัด เผย “อนุทิน” แค่กระตุ้นยึดตัวชี้วัด 1 ปี ต้องมีผลงานประจักษ์ ใครเฉื่อยพร้อมปรับเปลี่ยนไปจุดที่เหมาะสม ลั่นเป็นเรื่องดี ช่วยให้ทุกคนตื่นตัว ไม่ทำงานเป็นแค่รูทีน “พิพัฒน์” ปัดถูกยึด EEC แจงส่งคืนงานให้ “อนุทิน” ดูแลเอง

หุ้นเด่นวันนี้

  • TOA (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท ระยะสั้นเป็นหนึ่งในหุ้น Anti-Commodity ที่ได้อานิสงส์จากสงครามที่คลี่คลายและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุน Oil-Linked ราว 20% คาดว่าจะเริ่มส่งผลบวกต่อแนวโน้ม Margin ใน H2/69 เป็นต้นไป ภาพรวมประมาณการกำไรปี 69 แม้เราคาดว่าจะหดตัว 17% y-y แต่คาดว่าจะกลับมาเติบโตในปี 2570 ที่ 10% y-y ขณะที่ Dividend Yield อยู่ในระดับที่น่าสนใจราว 5% ต่อปี ราคาหุ้นยังต่ำกว่าช่วงก่อนสงครามถึง 20%
  • TACC (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.95 บาท กำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 100 ล้านบาท +75%QoQ, +37%YoY หนุนจากรายได้โตตามการขยายสาขา 7-Eleven และกาแฟพันธุ์ไทย ประกอบกับกระแสนิยมเครื่องดื่มชาไทยและมัทฉะ อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว 32% ส่วน SG&A ลดลง แนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดโตต่อเนื่อง YoY และทรงตัว QoQ จากเข้าสู่ฤดูร้อน ต้องติดตามประเด็นต้นทุนใน H2/69 สำหรับทั้งปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต Double Digit (+10%) ผลกระทบจากตะวันออกกลางยังไม่มากเพราะมีสต๊อกล่วงหน้า 3-6 เดือน ทั้งปี GPM สูงกว่า 30% ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 361 ล้านบาท +20%YoY และ 397 ล้านบาท +10%YoY valuation ปัจจุบัน PER ราว 9.7 เท่า Div.Yield 8-9%
  • CPALL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท SSSG ไตรมาส 1/69 แข็งแกร่งที่ +1.9% หนุนจากแคมเปญฤดูกาล อากาศร้อน และมูลค่าต่อบิลสูงขึ้น ส่วน SSSG เดือน เม.ย. และ พ.ค. ยังดีที่ระดับ +2% และ +1% ตามลำดับ ขณะที่ผลกระทบจากกัมพูชายังจำกัด และบริษัทคงเป้ากำไรปี 69 โต 10% YoY เดินหน้าดันสินค้าอาหารพร้อมทานพรีเมียม-สินค้าใหม่ ได้แรงหนุนจากต้นทุนการเงินลดลงหลังออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นลบ.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)