World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอีก และจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว และหากอิหร่านไม่สั่งการให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หยุดการสร้างปัญหาในตะวันออกกลาง โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่คณะผู้แทนเจรจาระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจาสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ในวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.) โดยเขากล่าวว่า “สหรัฐฯ อาจจะเข้ายึดครองช่องแคบฮอร์มุซหากเราจำเป็นต้องทำ” นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์อ้างว่าเขาได้บอกกับเจ้าหน้าที่ของอิหร่านว่า “ถ้าคุณปิดช่องแคบแห่งนี้ คุณจะไม่มีประเทศเหลืออยู่” โดยปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่อิหร่านที่เขาได้พูดคุยด้วย

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า หากการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สหรัฐฯ จะเรียกเก็บค่าผ่านทาง 20% จากน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ในวันเดียวกัน โดยเตือนว่า อิหร่านอาจต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม หากไม่สั่งให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หยุดสร้างความเดือดร้อน

 

— ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (22 มิ.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาอาจสะดุดลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอีก หากการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว และหากอิหร่านไม่สั่งการให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หยุดการสร้างปัญหาในตะวันออกกลาง โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่คณะผู้แทนเจรจาระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจาสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ณ เวลา 06.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 217 จุด หรือ -0.42% แตะที่ระดับ 51,791 จุด

 

— ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นกว่า 3% ในช่วงเช้าวันนี้ (22 มิ.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอีก และจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว และหากอิหร่านไม่สั่งการให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หยุดการสร้างปัญหาในตะวันออกกลาง โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่คณะผู้แทนเจรจาระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจาสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ณ เวลา 06.51 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.36 ดอลลาร์ หรือ +3.08% แตะที่ 78.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

— ราคาทองฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 2% ในช่วงเช้าวันนี้ (22 มิ.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ณ เวลา 07.02 น.ตามเวลาไทย ราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 91.70 ดอลลาร์ หรือ 2.16% แตะที่ระดับ 4,154.20 ดอลลาร์/ออนซ์

นักลงทุนกังวลว่า การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจสะดุดลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอีก หากการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว และหากอิหร่านไม่สั่งการให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หยุดการสร้างปัญหาในตะวันออกกลาง โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่คณะผู้แทนเจรจาระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจาสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

— คิม จุน-ฮวาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี เปิดเผยโดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า จำนวนชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นในเกาหลีใต้พุ่งสูงขึ้นเกือบ 4 เท่าในเวลาเพียง 2 ปี โดยจำนวนเหยื่อชาวต่างชาติที่ถูกหลอกลวงเพิ่มขึ้นจาก 5,307 รายในปี 2566 เป็น 8,671 รายในปี 2567 และพุ่งกระฉูดขึ้นไปถึง 19,907 รายในปี 2568

คดีส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับแฟนคลับต่างชาติที่ชื่นชอบกระแสเกาหลี โดยมิจฉาชีพจะเข้ามาทำทีเสนอขายสินค้าของศิลปิน K-pop แต่หลังจากโอนเงินให้แล้วกลับเชิดเงินหนีหายไป

ยกตัวอย่างคดีอาชญากรรมที่พุ่งเป้าไปยังชาวต่างชาติในช่วงวันที่ 12-13 มิ.ย. ซึ่งตรงกับช่วงการจัดคอนเสิร์ตของวงบีทีเอส (BTS) ที่เมืองปูซานนั้น พบว่าในบรรดาคดีที่แจ้งความเข้ามา 5 คดีนั้น มีถึง 3 คดีที่เป็นการต้มตุ๋นหลอกลวง

 

— มูดีส์ เรตติงส์ (Moody’s Ratings) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ คงอันดับเครดิตของมาเลเซียไว้ที่ระดับ A3 โดยมีแนวโน้มมีเสถียรภาพ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากเทคโนโลยีเอไอกำลังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการยกระดับผลิตภาพและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

มูดีส์กล่าวว่าการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ได้กระตุ้นการลงทุนในศูนย์ข้อมูลทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลประโยชน์ รวมถึงเกาหลีใต้ ไทย และอินเดีย พร้อมระบุว่าประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐาน แรงงานมีทักษะ และศักยภาพด้านสถาบันที่เอื้อต่อการประยุกต์ใช้เอไอ จะมีแนวโน้มได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีนี้

 

— ภาวะตึงตัวของอุปทานแร่หายากในญี่ปุ่นยังคงยืดเยื้อ หลังข้อมูลที่เผยแพร่ในวันนี้ (20 มิ.ย.) ระบุว่า การส่งออกแร่หายากหลายชนิดจากจีนไปยังญี่ปุ่นซึ่งใช้ในการผลิตแม่เหล็กสมรรถนะสูง แทบหยุดชะงักในเดือนพ.ค. โดยสถานการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางการทูตระหว่างปักกิ่งและโตเกียวเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน

ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า จีนไม่ได้ส่งออกเทอร์เบียม (Terbium) หรือดิสโพรเซียม (Dysprosium) ไปยังญี่ปุ่นเลยนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ขณะที่การส่งออกอิตเทรียม (Yttrium) ตั้งแต่เดือนธ.ค. มีเพียงปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น

มาตรการควบคุมการส่งออกของจีนครอบคลุมแร่หายากสำคัญ เช่น ดิสโพรเซียม, เทอร์เบียม และอิตเทรียม ซึ่งใช้ในโลหะผสมและสารเคลือบชนิดพิเศษ รวมถึงโลหะหายากเฉพาะทางบางประเภท โดยมาตรการดังกล่าวได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการทูตที่สำคัญของจีน

 

— ญี่ปุ่นเตรียมกำหนดเป้าหมายการลงทุนรวมจากภาครัฐและภาคเอกชนมูลค่าประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2583 ครอบคลุม 17 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญ ภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจฉบับใหม่ของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

หนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานเมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ว่า แผนดังกล่าวมีมูลค่ารวม 370 ล้านล้านเยน และอาจได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า โดยจะมุ่งเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และการพัฒนาอวกาศ เพื่อใช้การใช้จ่ายของภาครัฐเป็นแรงกระตุ้นให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุน

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำกรอบงบประมาณระยะหลายปี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเงินทุนบางส่วนอาจมาจากการออกพันธบัตรเพื่อจัดหาเงินทุนชั่วคราว (Bridging Bonds)

 

— แคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าผักกระป๋องในอัตรา 10% เป็นการชั่วคราว เพื่อปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปอาหารภายในประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของกระแสการค้าโลกอาจส่งผลให้สินค้านำเข้าทะลักเข้าสู่ตลาดแคนาดา

แถลงการณ์จากกระทรวงการคลังแคนาดาระบุว่าว่า มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. และจะมีผลเป็นระยะเวลาสูงสุด 200 วัน ขณะที่ทางการยังคงประเมินผลกระทบของการนำเข้าที่มีต่อผู้ผลิตภายในประเทศ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลจากการสอบสวนที่เริ่มขึ้นเมื่อต้นปี หลังมีความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการค้าโลกอาจทำให้ปริมาณผักกระป๋องนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

— สตาร์บัคส์ (Starbucks) ปรับลดตำแหน่งงานในสำนักงานที่กรุงลอนดอนและฮ่องกง เพื่อรองรับแผนปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งมุ่งเพิ่มบทบาทของผู้ได้รับสิทธิ์ดำเนินธุรกิจ (Licensee) ในการบริหารกิจการในต่างประเทศ

การปรับลดพนักงานครั้งนี้ครอบคลุมตำแหน่งงานประมาณ 120 ตำแหน่งในสำนักงานที่กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการดำเนินงานในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ขณะที่สำนักงานในฮ่องกงซึ่งดูแลตลาดเอเชีย-แปซิฟิกนอกจีนและญี่ปุ่น ถูกลดตำแหน่งงานราว 60 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 20% ของพนักงานทั้งหมด

สตาร์บัคส์กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดต้นทุนและลดลำดับชั้นการบริหารที่ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ค. บริษัทได้ประกาศปลดพนักงานในสหรัฐฯ เพิ่มเติม และเริ่มทบทวนโครงสร้างทีมงานฝ่ายบริหารในต่างประเทศ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)