
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ให้คำมั่นในวันนี้ (22 มิ.ย.) ว่า จะปรับอัตราภาษีบริโภคกลับคืนสู่ระดับเดิมที่ 8% หลังจากมาตรการปรับลดภาษีเป็นเวลา 2 ปีสิ้นสุดลง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่นที่อาจย่ำแย่ลงไปอีก
ถ้อยแถลงของทาคาอิจิมีขึ้นหลังจากที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้เสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ลดอัตราภาษีบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย. 2570 แทนที่จะปรับลดลงเหลือ 0% ตามที่เคยหาเสียงไว้ในช่วงศึกเลือกตั้งทั่วไป
“ดิฉันขอแถลงให้ชัดเจนว่า เราจะปรับอัตราภาษีกลับไปสู่จุดเดิมภายในเวลาสองปีหลังจากมาตรการปรับลดภาษีมีผลบังคับใช้” นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังถูกตั้งคำถามถึงความเจตนาของพรรครัฐบาล
ด้านเคน ทานากะ สส. จากพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (DPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และเป็นผู้ตั้งคำถามดังกล่าว แสดงความเห็นแย้งว่า เป็นเรื่องยากที่จะปรับอัตราภาษีกลับคืนสู่ระดับเดิมเมื่อได้ปรับลดลงไปแล้ว เนื่องจากจะถูกมองว่าเป็น “การขึ้นภาษี” ซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านจากสาธารณชน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พรรค LDP ได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อสภาระดับชาติว่าด้วยการจัดเก็บภาษีและระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นประกอบด้วยสมาชิกจากหลายพรรคการเมือง เพื่อใช้เป็นร่างรายงานฉบับกลางที่จะมีการรวบรวมและสรุปผลภายในปลายเดือนนี้ หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกันมานานหลายเดือน โดยทาคาอิจิส่งสัญญาณว่าต้องการจะผลักดันมาตรการลดภาษีนี้ให้เกิดขึ้น “โดยเร็วที่สุด” ทันทีที่สภาระดับชาติเสนอรายงานฉบับกลางดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ในศึกเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนก.พ. พรรค LDP ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดภาษีบริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเหลือ 0% เป็นเวลา 2 ปี ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กอย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น รวมถึงพรรคฝ่ายค้านอีกหลายพรรค ต่างก็เสนอนโยบายในลักษณะเดียวกันเพื่อช่วยเหลือภาคครัวเรือนในการรับมือกับภาวะค่าครองชีพสูง
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสถานการณ์ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ประกอบกับค่าเงินเยนที่ยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง แผนการลดภาษีดังกล่าวจึงอาจยิ่งซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันถือว่าย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มประเทศ G7
สำหรับเหตุผลที่แนวคิดการจัดเก็บภาษีที่อัตรา 1% ถูกหยิบยกขึ้นมาแทน 0% นั้น เป็นเพราะว่าหากปรับลดเหลือศูนย์ ระบบคิดเงินและเครื่องบันทึกเงินสดของบรรดาร้านค้าปลีกจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบนานกว่ามาก ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาที่เคยให้ไว้ พรรค LDP จึงได้เสนอมาตรการควบคู่ คือการแจกเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนปีละ 6 แสนล้านเยน (3.7 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ากับรายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากการเก็บภาษีอาหารในอัตรา 1%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)





