สถานทูตจีนแจ้งเตือนรอบ 2 ย้ำพลเมืองระวังความเสี่ยงชายแดนไทย-เมียนมา

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ออกประกาศแจ้งเตือนในวันนี้ (24 มิ.ย.) ผ่านบัญชีวีแชต (WeChat) ทางการของสถานทูตฯ โดยแจ้งเตือนให้พลเมืองชาวจีนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษหากต้องเดินทางไปยังพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

สถานทูตฯ ระบุว่า ทางสำนักงานได้รับแจ้งข้อมูลจากชาวจีนหลายรายว่า ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด และมีบางรายถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมือง หลังจากพบประวัติว่าเคยเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน เช่น จังหวัดตาก โดยชาวต่างชาติที่มีประวัติเคยเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว พำนักอยู่เป็นเวลานาน มีพฤติกรรมการเดินทางที่น่าสงสัย หรือมีส่วนพัวพันกับคดีความต่าง ๆ อาจถูกตรวจสอบอย่างละเอียดและเข้มงวดเป็นพิเศษเมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย

สถานทูตฯ จึงขอให้พลเมืองจีนศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างถี่ถ้วน พร้อมทั้งพิจารณาอย่างรอบคอบหากคิดจะเดินทางไปยังพื้นที่แถบชายแดน รวมถึงจังหวัดตากและอำเภอแม่สอด

เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานว่า การออกประกาศในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในรอบสองเดือนที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้แจ้งเตือนพลเมืองในเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. สถานทูตฯ ได้เคยออกประกาศเตือนในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังพบว่ามีชาวจีนจำนวนมากถูกแก๊งอาชญากรหลอกลวงโดยใช้เรื่องงานรายได้ดีหรือการบังหน้าด้วยธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อชักจูงให้เดินทางผ่านไทยไปยังพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ก่อนจะถูกบังคับให้เข้าร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และธุรกิจผิดกฎหมายอื่น ๆ

ประกาศดังกล่าวระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการไทยได้ยกระดับมาตรการคัดกรองบุคคลเข้าออกเมืองในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นและป้องกันความเสี่ยงจากอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ การลักลอบขนคนเข้าเมือง และขบวนการค้ามนุษย์

ทางสถานทูตฯ จึงขอเตือนให้พลเมืองจีนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย วางแผนการเดินทางอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการไปยังพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหวหากไม่มีความจำเป็น พร้อมย้ำเตือนว่าอย่าหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานที่อ้างรายได้สูง ทัวร์ชวนลงทุน หรือพฤติกรรมการพนันทุกรูปแบบ และห้ามเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)